FootNote:ปฏิกิริยา จากกลุ่มธุรกิจ นักลงทุน เรียกร้อง ต้องการ ให้รีบ “ยุบสภา”

ไม่ว่าการปรากฏขึ้นแห่งปฏิบัติการขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 19 ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าการประท้วงของ 7 รัฐมนตรีแห่งพรรคภูมิใจไทย

ได้ก่อให้เกิดพันธมิตรแห่งแนวร่วม “ต้าน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ผลสะเทือนที่เห็นอย่างฉับพลันทันใด ไม่เพียงแต่ทำให้ข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยสัญญาร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะต้อง “เลื่อน” ออกไป

หากแต่ปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งไม่ควรมองข้ามก็คือ บางส่วนของพรรคภูมิใจไทย บางส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ยกมือสนับสนุนร่างพรบ.ที่พิจารณาและเสนอเข้ามาโดยพรรคก้าวไกล

เฉพาะหน้าอาจยังไม่ทำให้แผนของรัฐบาล ในการแช่แข็งร่างกฎหมายจากพรรคฝ่ายค้านต้องล้มเหลว แต่ก็เท่ากับเป็นสัญญาณเด่นชัดถึงทิศทางและแนวโน้มที่น่ากลัวในทางการเมือง

สถานการณ์อย่างที่จะเกิดเมื่อเดือนกันยายนอาจหวนมาอีกได้ ถ้ามีญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ

สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณอันเกิดขึ้น และดำรงอยู่ภายในของรัฐบาล จากพรรคการเมืองที่เคยให้การสนับสนุนและขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือนมิถุนายน 2562

ส่วนที่แยกออกจากพรรคพลังประชารัฐมี 20 คน ขณะที่ส่วนอัน เป็นของพรรคภูมิใจไทยมีอยู่ 59 คน

ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะฝังตัวอยู่ในพรรคพลังประชารัฐเท่าใด

นี่ย่อมเป็นสัญญาณอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง เป็นการสัญญาณแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง ความร้าวลึกที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

รอเพียงจังหวะเวลาอันเหมาะสม เมื่ออุณหภูมิทางการเมืองมีความพร้อมก็พร้อมที่จะสำแดงพลังออกมาให้เป็นที่ปรากฏ

สภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้เอง จึงก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในกลุ่มนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสภานักลงทุนเริ่มพูดและเรียกร้องต้องการ “การยุบสภา”

เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ไม่แน่นอนเช่นนี้แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่สามารถบริหารได้

นี่ย่อมเป็นมรสุมที่รุมล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน