FootNote:บทบาท ของ “ธรรมนัส อนุทิน” บ่อนเซาะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถามว่า เหตุใดสังคมการเมืองจึงให้ความสนใจต่อบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และบทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นอย่างสูงและต่อเนื่อง

คำตอบที่ตรงเป้าอย่างที่สุดเนื่องจากบทบาททั้งของ ร.อ.ธรรม นัส พรหมเผ่า และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีลักษณะ “ท้าทาย”

ที่สำคัญก็คือ ท้าทายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะหากบทบาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่มีลักษณะท้าทายคงไม่ถูก “ปลด” ออกจากรัฐมนตรี คงไม่ถูกรุกไล่จนต้องออกจากพรรคพลังประชารัฐ

เพราะหากบทบาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มีลักษณะท้าทายข้อเสนอต่อสัญญาร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทยคงไม่ถูกชะลอและเลื่อนออกไป

และแทบไม่มีความจำเป็นอะไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องหอบหิ้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมายืนอยู่ระหว่างการแถลงอย่างที่เห็น 2 วันติดต่อกัน

นั่นคือ บทบาท นั่นคือ ความหมาย จากการท้าทาย

ต้องยอมรับว่าการดำรงอยู่ใน “อำนาจ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นการดำรงอยู่อย่างเป็น “พิเศษ” ภายใต้กฎกติกาที่ยกร่างและกำหนดขึ้นมารองรับ

กระทั่งก่อรูปให้เห็นว่าอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอำนาจ “พิเศษ” มีความ “ศักดิ์สิทธิ์” ยากที่จะต้านทานได้

แต่แล้วนักการเมืองอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็กล้าท้าทาย จากยุทธการในห้วงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แต่แล้วแม้แต่ข้อเสนอบนพื้นฐานของมาตรา 44 ก็ถูกประท้วงแข็งขืน

เป็นการแข็งขืนจากภายใน เริ่มจากภายในพรรคพลังประชารัฐ และตามมาด้วยจากภายในพรรคภูมิใจไทยอันเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

เท่ากับเป็นการทดสอบความพิเศษและความศักดิ์สิทธิ์โดยตรง

แม้ห้วงเวลาหนึ่งการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นการดำรงอยู่บนรากฐานแห่งอำนาจ “พิเศษ” กระทั่งทะยานไปสู่สถานะอัน “ศักดิ์สิทธิ์” ในทางการเมือง

กระนั้น เมื่อมีคนหาญกล้าออกมา “ท้าทาย” อย่างไม่หวาดเกรง

สถานะอัน “ศักดิ์สิทธิ์” นั้นก็ย่อมจะถูกบ่อนเซาะ บั่นทอน ค่อยๆลดคลาย “ความศักดิ์สิทธิ์” ความแข็งแกร่งลงไป

เหมือนกับสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในกาลปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน