รัฐบาลดูเหมือนไม่กังวล ทั้งแสดงความมั่นใจตอบชี้แจงได้ ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 152 โดยไม่ลงมติ
โดยญัตติดังกล่าวมี ส.ส.เข้าชื่อเสนอ 173 คน จาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดมีขึ้นวันที่ 17-18 ก.พ.นี้ ให้กรอบเวลาฝ่ายค้านอภิปราย 22 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 8 ชั่วโมง โดยมีข้อแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลเมื่อครบ 8 ชั่วโมงแล้วสามารถพูดต่อได้
ฝ่ายรัฐบาลได้ตระเตรียมความพร้อม โดยคาดว่าฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายซักถามใน 10 หัวข้อใหญ่ ลักษณะคล้ายการตั้งกระทู้ถามหมู่คณะรัฐมนตรีทั้ง 34 คน
โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเป้าหมายใหญ่การอภิปราย
สําหรับเนื้อหาสาระที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.วิกฤตเศรษฐกิจในยุคข้าวของแพง ค่าแรงถูก 2.วิกฤตโรคระบาด ทั้งโควิด-19 และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร สาเหตุสำคัญทำให้เนื้อหมูราคาแพง
3.วิกฤตด้านการเมือง ยุคปฏิรูปการเมืองล้มเหลว ยุคการเมืองที่ใช้เงินเป็นหลัก และ 4.วิกฤตความ ล้มเหลวเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ที่ไร้ประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดปัญหามากมาย
ไม่ว่าจะเป็น ปัญหายาเสพติด ทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะฝุ่นพิษ การบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เป็นต้น
พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดทีม ส.ส.อภิปรายไว้ทั้งหมด 45 คน เชื่อว่าประชาชนคงสนใจรับฟังกันอย่างกว้างขวาง
รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้
แม้ไม่มีการลงมติ แต่คาดการณ์ว่าจะเป็นการอภิปรายรัฐบาลอย่างเข้มข้น เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เต็มไปด้วยปัญหาสารพัด ประชาชนเดือดร้อนหนัก ขณะที่ประสิทธิภาพของรัฐบาล และวิสัยทัศน์ของผู้นำถูกตั้งคำถาม
อีกทั้งด้วยสภาพรัฐบาลที่มีปัญหากันเองในกลุ่มพรรคแกนนำ และกับพรรคร่วมด้วยกัน จำนวนเสียง ส.ส.อยู่ในลักษณะปริ่มน้ำ ส่งผลองค์ประชุมไม่ครบ การประชุมสภาล่มซ้ำซาก
การตอบชี้แจงของรัฐบาล แม้ไม่ลงมติ แต่จะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งใหญ่ ที่อาจใกล้เข้ามาแล้ว