FootNote:ลีลา ตบจูบ อนุทิน ภูมิใจไทย อนาคต ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คล้ายกับแสงแห่งสปอตไลต์จะฉายจับไปยังเงาร่างของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างคึกคักเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็จาก 2 คำประกาศอัน สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
1 คือคำประกาศการประท้วงของ 7 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย 1 คือคำประกาศจำนวน 260 ส.ส.ที่จะค้ำยันนายกรัฐมนตรี
การประท้วงของ 7 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เป้าหมายใหญ่เป็นความข้องใจ ต่อสัญญาร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอัน เสนอโดยกระทรวงมหาดไทยตามการตัดสินใจของกทม.
นี่ย่อมส่งผลสะเทือนโดยตรง ไม่เพียงแต่ต่อความคิดของกทม. ความคิดของกระทรวงมหาดไทย หากแต่ยังสัมพันธ์กับการใช้มาตรา 44 ของหัวหน้าคสช.อย่างแนบแน่น
ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือหัวหน้าคสช.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่ง ณ วันนี้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี
คำประกาศที่จะระดมกำลัง 260 ส.ส.เพื่อค้ำยันบัลลังก์ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงก่อให้เกิดคำถามตามมาโดยอัตโนมัติ
ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ทางการเมืองที่ลงมือปฏิบัติ โดยพรรคภูมิใจไทยอัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้า เป็นกลยุทธ์อันมากด้วยความซับซ้อน
ด้านหนึ่ง เป็นการกระหน่ำโดยกระบวนการ “ประท้วง” ด้านหนึ่ง กลับเป็นการปลอบประโลมด้วยการใช้ 260 ส.ส.เป็นเครื่องหนุนส่ง
เท่ากับเป็นการใช้กลยุทธ์ “ตี” และ “ปลอบ” ในขณะเดียวกัน
คำถามที่ตามมาก็คือบทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล บทบาทของพรรคภูมิใจไทย จึงดำเนินไปทั้งในแบบฟาดกระหน่ำ และเอาอกเอาใจในกระสวนของการตบและจูบทางการเมือง
แม้สังคมจะเกิดความทึ่งต่อบทบาทของพรรคภูมิใจไทยแต่ก็นำไปสู่ความหวาดระแวงว่าจะมีอะไรแลกเปลี่ยนตามมาด้วยหรือไม่
ปมแรกที่น่าจับตาก็คือ การเดินหน้าเพื่อลงนามสัญญาร่วมในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะออกมาอย่างไร เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอหรือเป็นไปตามข้อทักท้วงของกระทรวงคมนาคม
นั่นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจและทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินไปอย่างไร
เนื่องจากในทุก “งานเลี้ยง” ทางการเมือง ย่อมไม่มี “ของฟรี”