FootNote ภูมิใจไทย ทะยาน ก้าวกระโดด ขวางแนว เพือไทย แลนด์สไลด์
แต่ละจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย โดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้า และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เล ขาธิการ มีผลสะเทือนอย่างล้ำลึกในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่สัมผัสได้จากมติ”7 รัฐมนตรี”ประท้วงเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
หากแต่การยืนยันให้การสนับสนุนสถานะของรัฐบาลให้สามารถดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องจนครบวาระในเดือนมีนาคม 2566 ก็สร้างความอุ่นใจเป็นอย่างสูงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้จะมีความเด่นชัดเป็นลำดับว่าแต่ละจังหวะก้าวของพรรคภูมิใจไทยดำเนินไปในลักษณะ”ตบ”และ”จูบ”ในทางการเมือง แต่ก็ เป็นการตบและจูบบนพื้นฐานแห่งการมีกำลังทางการเมืองรองรับ
อย่างน้อยคำมั่นสัญญาจากปาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ว่าจะสามารถระดมกำลังสนับสนุนได้ไม่ต่ำกว่า 260 เสียงก็ก่อให้ได้ ความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง
เป็นความไว้วางใจต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ท่ามกลางความ ขัดแย้งแตกแยกที่ดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ
แม้ ณ วันนี้ หากมองในเขิงปริมาณ พรรคพลังประชารัฐที่มี 97 ส.ส. อาจเหนือกว่าพรรคภูมิใจไทยที่ทะยานจาก 51 เป็น 63 ส.ส.ในปัจจุ บัน
กระนั้น ความเป็นจริงหนึ่งก็คือ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐดำรง อยู่อย่างถดถอย พรรคภูมิใจไทยกลับมีลักษณะเติบใหญ่ พัฒนา
ไม่เพียงแต่พรรคภูมิใจไทยจะมี ส.ส.ที่แน่นอนมั่นคงอยู่ที่ 63 หากแต่ยังมี ส.ส.จำนวนหนึ่ง”ฝากเลี้ยง”อยู่ทั้งที่พรรคเพื่อไทย พรรค ก้าวไกล พรรคเพื่อชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐ
ในการเลือกตั้งครั้งหน้ามิใช่พรรคพลังประชารัฐหรอกที่จะต้าน ยันต่อพรรคเพื่อไทย ตรงกันข้าม กัมมันต์แห่งพรรคภูมิใจไทยต่าง
หากที่สกัดยุทธศาสตร์”แลนด์สไลด์”ของพรรคเพื่อไทยลงได้
บทบาทของพรรคภูมิใจไทยจึงทะยานจากพรรคขนาดกลาง พรรคลำดับรอง กลายมาเป็นพรรคในลักษณะยุทธศาสตร์ที่จะชนกับพรรคเพื่อไทยอย่างมีพลังและเป็นจริง และนี่เป็นทิศทางที่พรรคภูมิใจไทยจะก้าวเดินรุดหน้าไป
เป็นความรุดหน้าในลักษณะรุกคืบเพื่อสร้างความมั่นใจในทาง การเมืองให้กับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ที่สำคัญก็คือ การออกมาขวางพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นจริง