มหาเถรสมาคมรับพระราชดำริทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พระอารามหลวง รวมทั้งสิ้น 50 รูป
ในกรุงเทพมหานครที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ วัดพิชยญาติการาม วัดเศวตฉัตร วัดตรีทศเทพ วัดสามพระยา วัดระฆังโฆสิตาราม วัดสังเวชวิศยาราม วัดสร้อยทอง และวัดอนงคาราม เป็นต้น
ส่วนภูมิภาค ได้แก่ วัดนิเวศธรรมประวัติ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จ.น่าน และวัดศรีโคมคำ จ.พะเยา
ยังมีอีกกว่า 10 พระอารามหลวง ที่จะพิจารณาเสนอแต่งตั้งต่อไป
การแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงในกรุงเทพมหานครนั้น กฎมหาเถรสมาคมกำหนดว่าผู้จะดำรงตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติเป็นการเฉพาะอีกดังนี้
กล่าวคือ มีพรรษาพ้น 10 เป็นผู้ทรงเกียรติคุณเป็นที่เคารพนับถือของบรรพชิตและคฤหัสถ์ และมีสมณศักดิ์ไม่ต่ำกว่าพระราชาคณะชั้นราช สำหรับพระอารามหลวงชั้นเอก, ไม่ต่ำกว่าพระราชาคณะชั้นสามัญ สำหรับชั้นโท และไม่ต่ำกว่าพระครูผู้ช่วยเจ้าอาวาสชั้นเอก สำหรับชั้นตรี
อีกทั้งมีข้อกำหนดตามการแก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดว่าเมื่อดําเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมแล้ว ให้เสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาทุกกรณีไป
จากนั้นให้สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เสนอไปยังราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท
ขั้นตอนต่อจากนั้น เมื่อมีพระราชดําริเป็นประการใด ให้มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบโดยอนุวัตตามพระราชดํารินั้น แล้วให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ
สำหรับหน้าที่ของเจ้าอาวาส จักต้องบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิต และคฤหัสถ์ ให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
นอกจากนี้ ยังต้องเป็นธุระในการอบรมและสั่งสอนพระธรรมวินัย แก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ รวมถึงอำนวยความสะดวกตามสมควรในกรณียกิจที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง