กองทุนราษฎรประสงค์ ประกาศระดมเงินบริจาคด่วน เพื่อประกันตัวนักกิจกรรมและ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

เนื่องจากศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ในทุกคดีแก่ผู้ต้องหาอีก 2 คน ได้แก่ นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แต่ต้องใช้หลักทรัพย์กว่า 2 ล้านบาท

แต่จำนวนเงินกองทุนมีอยู่ไม่เพียงพอ ซึ่งปรากฏว่า ภายในไม่กี่ชั่วโมง ระดมเงินได้รวมทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท เมื่อรวมกับที่เหลืออยู่เดิมแล้วมีทั้งสิ้นเกือบ 12 ล้าน

เพียงพอที่จะนำไปวางต่อศาล และ ใช้ประกันตัวในศาลอื่น รวมยื่นประกันตัว ผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขังในคดีลักษณะ เดียวกัน

นายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนถึงกองทุนนี้ว่าเป็นช่องทางที่ผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่เป็นคนทั่วไปใช้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นการแสดงความไม่จำนนต่อความไม่ถูกต้อง

ที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมหรือคนเห็นต่างถูกดำเนินคดีกว่า 1,500 คน ส่วนใหญ่ข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามด้วยมาตรา 112 และมาตรา 116 จึงใช้หลักทรัพย์ จากกองทุนนี้ประกันตัว เนื่องจากใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมไม่ได้

ปีที่ผ่านมา ระดมเงินได้ถึง 45.9 ล้านบาท จากการโอนสมทบหลักสิบหลักร้อย และเป็นตัวเลขที่มีความหมายทางการเมือง เช่น 112, 116 และ 2475 เป็นต้น

ผู้ที่โอนเงินส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะ แต่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่เสียสละแทน ซึ่งระยะหลังเป็นกลุ่มคนฐานะไม่ค่อยดี รวมทั้งต้องการมีส่วนร่วมเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองด้วย

แม้จะมีการตั้งข้อหารุนแรง โทษหนัก เงินประกันสูงขึ้น รวมถึงจะตรวจสอบหรือระงับบัญชีกองทุน ตลอดจนปฏิบัติการลดทอนความน่าเชื่อถือ แต่ก็ยังมีบริจาคอย่างต่อเนื่อง

ส่วนใหญ่เป็นการโอนบริจาคจำนวนไม่มาก แต่ผู้โอน มีมากขึ้นและแผ่ขยายวงไปเรื่อยๆ แม้แต่เด็กและเยาวชนก็ร่วมด้วยช่วยกันอย่างพร้อมเพรียงและเต็มใจ

ที่ผ่านมา ก็เคยเจอสถานการณ์เงินกองทุนร่อยหรอ เนื่องจากต้องใช้ประกันตัวผู้ต้องหาครั้งละจำนวนมาก แต่เมื่อประกาศระดมทุนครั้งใด ก็จะมีผู้ร่วมบริจาคสมทบ โดยเฉพาะรายเล็กรายน้อยจากทั่วสารทิศ

นี่จึงเป็นการแสดงออกทางพลัง ของประชาชนอีกรูปแบบที่ผู้มีอำนาจต้องขบคิดพิจารณาให้ดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน