จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนายชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี สั่งลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิต จำนวน 2 คน ระบุกระทำความผิดวินัยนิสิต ตามข้อ 6 และข้อ 12 ระเบียบว่าด้วยวินัยนิสิต ฐานนำขนบประเพณีหรือวิธีการไม่เหมาะสมแก่วัฒนธรรมไทยมาปฏิบัติ
ประกอบด้วย น.ส.พิชชากร ฤกษ์สมพงษ์ นิสิตคณะครุศาสตร์ และอุปนายกคนที่ 1 และนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ และนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ระบุมีเจตนากระทำกิจกรรมขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมของสำนักบริหารกิจการนิสิต ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคี ขัดต่อวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย กระทบต่อชื่อเสียงเกียรติคุณของมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง
ส่งผลให้นายเนติวิทย์พ้นจากตำแหน่งโดยทันที
มูลเหตุผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีคำสั่งนี้ สืบเนื่อง มาจากการนำเสนอวีดิทัศน์ของวิทยากรรับเชิญ 3 รายโดยไม่ได้แจ้งสำนักบริหารกิจการนิสิต ทราบก่อน และมีข้อความกล่าวเชิญชวนให้นิสิตใหม่ในทางที่ไม่สุภาพ ทั้งยังมีกิริยาท่าทางและคำพูดที่หยาบคาย
วิทยากรคนนอกทั้ง 3 คนประกอบด้วย นายปวิณ ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คนแรกแสดงบทบาทวิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยและโครงสร้างการเมืองอย่างรุนแรง จนเป็นที่ต้องห้ามของรัฐบาลไทย ส่วน 2 คนหลังเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวด้านกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง และเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง
สังคมจึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสาเหตุที่นำมาสู่การลงโทษหรือไม่
สําหรับนายเนติวิทย์นั้น เคยถูกมีคำสั่งตัดคะแนนความประพฤติจนพ้นตำแหน่งประธานสภานิสิต เมื่อปี 2560 กรณีสำนักงานบริหารกิจกรรมนิสิตถวายบังคมพระบรมรูปสองรัชกาล ต่อมาได้ยื่นฟ้องศาลปกครองจนเป็นฝ่ายชนะคดี
ทำให้มีสิทธิ์กลับมาทำกิจกรรมได้อีกครั้ง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ ต่อมาได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตด้วยคะแนนเป็นประวัติการณ์
ขณะที่นายเนติวิทย์มองการกระทำครั้งนี้ว่าเป็นการลดคุณค่าเสรีภาพ จำกัดการวิพากษ์วิจารณ์ให้อยู่ในระดับที่ตัวเองพึงพอใจ สะท้อนความอ่อนแอทางศีลธรรม
การใช้อำนาจครั้งนี้ถ้าหากขาดความเป็นธรรม ก็น่าห่วงว่าจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งต่อไปหรือไม่