นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์และประเมิน แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน

โดยเฉพาะช่วงสงครามที่โซเวียตบุกโจมตียูเครนว่าภายในอีกไม่กี่วันนี้ราคาน้ำมันดิบ ตลาดโลกมีโอกาสปรับขึ้นไปสูงกว่าระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอย่างแน่นอน

ระบุจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในประเทศไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สอดคล้องกับที่ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้า แห่งประเทศไทยประเมินว่าถ้าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงถึง 120 บาร์เรล ราคาน้ำมันในประเทศจะสูงขึ้นอีกถึงลิตรละ 6 บาท

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลิตรละ 40 สตางค์ และดีเซลปรับขึ้น 60 สตางค์

ส่งผลให้น้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 ทยานสู่ราคาลิตรละ 43.96 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.55 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.28 บาท, อี 20 ลิตรละ 35.44 บาท และ อี 85 ลิตรละ 28.74 บาท

ขณะที่น้ำมันดีเซล บี 7, บี 10 และ บี 20 ขึ้นมาที่ราคาลิตรละ 29.14 บาท หลังเพิ่งปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ไม่กี่วัน

ใกล้แตะราคาลิตรละ 30 บาทที่รัฐบาลพยายามตรึงราคาไว้ขึ้นมาทุกทีแล้ว

ภายใต้สถานการณ์สงคราม ความผันผวน ของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ย่อมส่งผลให้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบอีกครั้งอย่างแน่นอน

แม้รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนอย่างแน่นอน โดยอ้างว่ามีปริมาณ น้ำมันสำรองเป็นจำนวนมาก และมีความมั่นคงด้านพลังงาน

แต่ดูแนวโน้มของสถานการณ์การสู้รบส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อ บานปลาย ประชาคมโลกแบ่งเป็น สองฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่คัดค้านและสนับสนุนการ ก่อสงครามของผู้นำรัสเซีย

สำหรับรัฐบาลได้เตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ หรือไม่ และถ้าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 6 บาทหรือมากกว่านั้น จะแก้ปัญหาอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน