FootNote:ภาวะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระแวง ทั้งภูมิใจไทย และทั้ง ประชาธิปัตย์
ไม่ว่าจังหวะก้าวอันมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจังหวะก้าวอันมาจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และพรรคประชาธิปัตย์ สร้างความหวั่นไหวเป็นอย่างสูง
ทั้งเมื่อมองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งเมื่อมองจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
แม้ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะนำเอาตัวเลข 260 เสียงที่จะหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาแสดง แต่เมื่อเป็นการแสดงในห้วงแห่งการกดดันผ่านกระบวนการ “อารยะขัดขืน”
และประสานเข้ากับการต่อรองในเรื่อง “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” ในเรื่อง “กัญชาเสรี” และการพุ่งเป้าเข้าไปยัง “งบกลาง” ที่จะมารองรับกับการประกันราคา ความหวาดระแวงจึงเริ่มก่อตัว
พลันที่เกิดสภาพพลิกผันในการลงมติเลือกประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ว่าด้วยพรรค
การเมืองอันทำให้คนของรัฐบาลผิดหวังอย่างเด่นชัด
สายตาที่มองไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ที่มองไปยังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์และพรรคประชาธิปัตย์จึงพลิก
ความหวาดระแวงจึงเริ่มก่อตัวขึ้นและเติบใหญ่ขยายตัว ไม่ว่าจะเป็น ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เพราะตัวอย่างล่าสุดในตำแหน่ง “ประธานกรรมาธิการ” คือภาพแห่งการร่วมมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน
เท่ากับเป็นดัชนีชี้ให้เห็นว่าทิศทางและแนวโน้มการพิจารณร่าง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ว่าด้วยพรรคการเมือง จะดำเนินไปอย่างไร เป็นผลดีหรือผลเสียกับยุทธศาสตร์ในการสืบทอดอำนาจ
เพราะการปรากฏขึ้นของพรรคเศรษฐกิจไทยดำรงอยู่จากสภาวะขัดแย้ง แตกแยกและแยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ
หากแต่ละพรรคหันไปจับมือกัน “หายนะ”ย่อม “ตามมา”
การแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลายเป็นมูลเชื้อแห่งความขัดแย้งที่รุนแรงและร้าวลึก ไม่ว่าการตระเตรียมพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างสรรค์ เป็นต้น
นี่เท่ากับสะท้อนความต้องการตีจากพรรคพลังประชารัฐ
เนื่องจากเป็นการแยกและแตกตัวในท่ามกลางความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรคพลังประชารัฐที่รุนแรงล้ำลึก
ทุกอย่างเหมือนกับเป็นการยกก้อนหินทุ่มใส่ขาตัวเองโดยแท้