FootNote:แรงสะเทือน เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.กับอิทธิพล ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จังหวะก้าวแห่งการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.ของ นายสกลธี ภัททิยกุล เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณอันคมชัดยิ่งในทาง การเมือง
ความหมายเฉพาะหน้าก็คือ ดัชนีชี้บอกถึงแนวโน้มของการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.”และ” นายกเมืองพัทยา”ต้องเกิดขึ้นแน่
หมายความว่าการเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทำเนียบรัฐบาลของ นายสกลธี ภัททิยกุล แล้วลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อหลายเดือนก่อนมิได้ดำเนินไปอย่างเลื่อนลอย
นี่ย่อมสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของแกนนำกปปส.ที่เคยมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐและมีบทบาทในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นมิได้ดำเนินไปอย่างเลื่อนลอย ว่างเปล่า
ความหมายนี้จะยิ่งแจ่มชัดเมื่อ นายสกลธี ภัททิยกุลและคณะเปิดตัวแถลงข่าวใหญ่อีกครั้งในกลางเดือนมีนาคม เป็นความแจ่มชัดบนเส้นทางที่จะก้าวไปชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.”
เท่ากับสะท้อนและยืนยันให้เห็นว่าการต่อสู้ในสนามกทม.จะทวีความดุเดือดและเข้มข้นเป็นอย่างสูง
บทบาทและการเคลื่อนไหวของ นายสกลธี ภัททิยกุล จึงเป็นการฟื้น คืนอำนาจและเส้นสายของ “คสช.”โดยต่อสายตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกคำรบหนึ่ง
ปมเงื่อนอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์จะจัดความสัมพันธ์นี้ในพื้นที่ของกทม.อย่างไร
เนื่องจากโครงสร้างการดำรงอยู่ของ นายสกลธี ภัททิยกุล มีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เกาะเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์
หากแต่ที่ทรงความหมายเป็นอย่างสูงคือการเชื่อมต่อกับคสช. ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ก่อนและภายหลังรัฐประหาร
นี่ย่อมเป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
การเดินเข้ามาของ นายสกลธี ภัททิยกุล จึงไม่เพียงแต่ท้าทายต่อการดำรงอยู่ของพรรคพลังประชารัฐ และต่อการดำรงอยู่ของพรรค ประชาธิปัตย์
หากแต่ยังครอบคลุมไปยังสถานะของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์สถานการณ์การเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.”กำลังเดิน ไปในเส้นทางเดียวกันกับการเลือกตั้งซ่อมเขต 9 จตุจักร หลักสี่
บทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จึงไม่ควรมองข้าม