FootNote:อ่านเส้นทาง สืบทอด อำนาจคสช.ผ่าน กระบวนท่า สกลธี ภัททิยกุล
จังหวะก้าวการยื่นใบลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ การยื่นใบลาออกจากรองผู้ว่าฯกทม.ของ นายสกลธี ภัททิยกุล เป็นจังหวะก้าวอัน บ่งชี้ทิศทางการเมืองในเดือนพฤษภาคมอย่างเด่นชัด
ชี้ให้ตระหนักว่าการสมัครชิง “ผู้ว่าฯกทม.” ในบท “อิสระ”ของนายสกลธี ภัททิยกุล นั้นดำเนินไปอย่างอิสระจริงหรือไม่
ในเมื่อรากฐานอย่างแท้จริงของ นายสกลธี ภัททิยกุล คือส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งเป็น ส.ส.กรุงเทพมหานคร ที่มีส่วนร่วมในการ “ชัตดาวน์”กทม.ร่วมกับกปปส.อย่างแนบแน่นทรงพลัง
การเข้าไปเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเช่นเดียวกับ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และรางวัลที่ได้รับคือตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.
ก่อนจะออกจากพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะออกจากรองผู้ว่าฯ กทม.ก็เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกับก่อนได้ตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.มาแล้ว
สถานะของ นายสกลธี ภัททิยกุล ในการลงสู่สนาม “ผู้ว่าฯกทม.”จึงมากด้วยเครือข่ายและสายสัมพันธ์ทางการเมือง
หากติดตามการเคลื่อนไหวของ นายสกลธี ภัททิยกุล ในโลกของโซเชียลมีเดียก็จะตระหนักในสายสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ถึงขั้นที่สามารถดำรงอยู่ในจุดอันเป็นตัวแทน
ขณะที่เมื่อมองจากสายสัมพันธ์ของบิดา พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ที่เคยเป็นเลขาธิการคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
ก็ไม่เพียงแต่จะสะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องระหว่างรัฐประหาร เมื่อเดือนกันยายน 2549 กับ รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีต่อ พล.อ.วินัยภัททิยกุล มากเพียงใด
ย่อมส่งแรงสะเทือนไปยัง นายสกลธี ภัททิยกุล มากเพียงนั้น
สังคมจึงไม่กังขาว่าการปรากฏตัวของ นายสกลธี ภัททิยกุล ในฐานะผู้เข้าชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” เป็นการปรากฏตัวในสถานะของการเป็นผู้แทนทางการเมืองของฝ่ายใด
นี่คือแคนดิเดตที่จะต่อสู้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยตรง
ความเป็นอิสระของ นายสกลธี ภัททิยกุล ก็ดำรงอยู่แทบไม่ต่าง ไปจากความเป็นอิสระของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
การชิงอำนาจจากรัฐประหารกันยายน 2549 จึงดำเนินต่อไป