FootNote อนาคต ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ “สถานะ” พรรคขนาดเล็ก
ไม่ว่าเจตนาดีอันมาจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ว่าเจตนาดีอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อแตะเข้าไปภายในการดำรงอยู่ของ ส.ส.พรรคเล็ก
ย่อมก่อให้เกิดอาการสั่นไหวในทางความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยฉับพลันทันใด
สัมผัสได้ท่ามกลางข่าวลือที่ว่าการตัดเลี้ยงระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ส.ส.พรรคเล็กซึ่งเคยร่วมขานชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 อาจต้องล้มคว่ำ
เป็นอาการล้มคว่ำที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในทางเป็นจริง จึงได้นัดหมายไปทำความเข้าใจอย่างรีบด่วน ณ บ้านป่ารอยต่อ
ท่ามกลางการออกมายืนยันจากตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ไม่ว่าจะเป็น นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าทุกอย่างเดินหน้าตามที่กำหนดเอาไว้
ภายในเจตนาดีจากทุกฝ่ายจึงกลับกลายเป็น “รอยร้าว” ที่ร้าวลึกยิ่งขึ้นไปอีกทั้งๆที่มิได้เป็นความต้องการ
มีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะดำเนินไปตามบทสรุปที่ว่า สองคน ยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนซึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย
นี่ย่อมเป็นคำถามทั้งต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นคำถามที่แหลมคมไม่เพียงว่าสถานการณ์ของ ส.ส.พรรคเล็กจะยังดำรงอยู่เหมือนกับที่เคยเป็นเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 หรือ ว่าทิศทางได้แยกย่อยและแปรเปลี่ยนไปมากแล้ว
ปฏิกิริยาจาก ส.ส.เล็กจำนวนกว่า 10 พรรคจึงเป็นปฏิกิริยาที่มิอาจเพิกเฉย เพราะหมายถึงหลักประกันหนึ่งในการค้ำอายุรัฐบาล
ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ยาวจนถึงปลายปี 2565
จากนี้จึงเด่นชัดอย่างยิ่งว่า การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้อยู่ที่ 250 ส.ว. มิได้อยู่ที่จำนวน ส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ
หรือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
ตรงกันข้าม พรรคเล็กที่มีตั้งแต่ 1 จนถึง 6 ก็ทรงความหมายเป็นอย่างสูง สามารถชี้ต้นตายชี้ปลายเป็น
นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แขวน “อนาคต” เอาไว้