ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อวันจากระดับ 1 หมื่นกว่าราย เพิ่มเป็นกว่า 2 หมื่นรายต่อวัน และสถานการณ์ยังทรงๆ อยู่ระดับนี้อย่างต่อเนื่องมานานกว่าเดือนแล้ว

ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากเดิมต่ำกว่า 50 รายต่อวัน เพิ่มระดับเป็น 80 กว่ารายต่อวันแล้ว ถือเป็นสถิติที่สูงขึ้น เป็นแนวโน้มไม่ค่อยดี โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือศบค. และกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

คาดการณ์ว่าช่วงหลังวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ การติดเชื้อจะสูงขึ้นกว่านี้อีก เนื่องจากประชาชน โดยเฉพาะผู้พักอาศัยและทำมาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ จะเดินทางไปท่องเที่ยว และกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด

จึงกังวลเรื่องการนำเชื้อไปแพร่สู่บุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หากติดแล้วสุ่มเสี่ยงอาการหนักและเสียชีวิต

ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข จึงปรับแผนการฉีดวัคซีนใหม่ โดยระบุให้ความสำคัญเร่งรัดฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมรับเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามา

เนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสี่ยงติดเชื้อ และเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอื่น รวมถึงผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน หรือฉีดไม่ครบ ไม่ได้วัคซีนเข็มกระตุ้นก็จะเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน

โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 19 มี.ค. จำนวน 2,464 ราย อายุเฉลี่ย 73 ปี

ขณะนี้ยังมีผู้สูงอายุกว่า 2 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว นับว่า น่าห่วงอย่างมาก

สำหรับแผนการเร่งรัดฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุขจัดเตรียมวัคซีนไว้ 3 ล้านโดส กำหนดเป้าว่าฉีดเข็มกระตุ้นผู้สุงอายุอย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ และต้องดำเนินการก่อนสงกรานต์

ทั้งยังให้เร่งรัดสื่อสารทำความเข้าใจ กระตุ้นเตือนผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงให้ได้ฉีดวัคซีน จัดงานรณรงค์ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรับรู้ในวงกว้าง

นับเป็นเรื่องดีสำหรับแผนการเร่งรัดดังกล่าว แต่ปัญหาที่ผ่านมาและอุปสรรคสำคัญที่กลุ่มผู้สูงอายุยังได้วัคซีนไม่ครบ คือการค้นหาเชิงรุกน้อยไปหรือไม่ เพื่อจะได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดถึงบ้าน เพราะการจะให้ผู้สูงอายุเดินทางไปรับวัคซีนเอง ค่อนข้างยุ่งยาก และสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

ดังนั้น รัฐบาลต้องคำนึงตรงนี้ด้วย ผู้สูงอายุจะได้เข้าถึงวัคซีนอย่างครอบ คลุมมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน