จับกระแสพรรคเพื่อไทยชู‘อุ๊งอิ๊ง’

รายงานพิเศษ

เป็นที่จับตาและสร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อพรรคเพื่อไทยตั้ง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

หลังจากเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในฐานะประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

การชูอุ๊งอิ๊ง ให้เข้ามามีบทบาทนำพรรคอย่างนี้ เจตนาเพื่ออะไร

และจะส่งผลดีผลเสียกับพรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา

การตั้ง น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย เจตนาแรกคงต้องการสร้างขวัญกำลังใจของคนในพรรคก่อน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก เราได้เห็นสัญญาณการหาตัวคนในตระกูลชินวัตรมาแล้ว ก่อนหน้านี้ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ก็ออกมาถามหา คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ว่าพร้อมหรือไม่ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็บังเอิญไปสิงคโปร์พบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

จะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยขาดจิตวิญญาณ แม้แต่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ก็ขาดจิตวิญญาณที่มีให้กับคนในพรรค

ดังนั้น กรณี น.ส.แพทองธาร เข้ามาในพรรคเพื่อไทยมองได้ว่า 1.ทำให้คนในพรรคมีจิตวิญญาณมากขึ้น สามารถนำไปใช้ทางการเมืองได้กับประชาชนที่ยังผูกติดกับนายทักษิณ โดยเฉพาะคนในภาคอีสาน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยดูด ส.ส.และ ส.ส.มีแน้วโน้มย้ายพรรค

การเข้ามาของน.ส.แพทองธาร ทำให้ ส.ส.ต้องประเมิน ใหม่ว่าระหว่างการย้ายออกกับการอยู่เพื่อไทยโดยมี นายทักษิณ และน.ส.แพทองธาร อย่างไหนดีกว่ากัน จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทยเกิดแคมเปญนี้ เพราะแม้จะมีหัวหน้าพรรคอยู่แล้วแต่ขาดหัวหน้าครอบครัว

2. ด้านหนึ่งต้องการเปิดไฟให้คนเห็นนโยบายแลนด์สไลด์ เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เกิดกระแสกลับ เนื่องจากส.ส.เพื่อไทยส่วนใหญ่อายุมาก ก็จะได้ คนรุ่นใหม่มาเสริม ที่เห็นแล้วคืออดีตไทยรักษาชาติ ที่กลับเข้ามา

และ 3. น.ส.แพทองธาร อาจเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถเสนอชื่อแคนดิเดต นายกฯได้ 3 คน เพื่อไทยก็ต้องเสนอชื่อ นพ.ชลน่าน ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตคนที่ 1 แคนดิเดต คนที่ 2 สามารถเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ก็ได้ และ แคนดิเดตคนที่ 3 ควรเป็นนักธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้ได้ แต่สุดท้ายจะเลือกใครก็อยู่ที่สภา

แต่ส่วนตัวมองว่าเรื่องแคนดิเดตนายกฯ คิดว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะฝ่ายตรงข้ามจะหยิบมาโจมตี น่าจะรอให้มีความพร้อม และครอบครัวชินวัตรคงยังไม่อยากให้เป็นแคนดิเดต การเข้ามาวันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองและเตรียมความพร้อมมากขึ้นก็น่าจะไปได้ไกล

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ที่นำ น.ส.แพทองธาร ในทางการเมืองเข้ามาเพื่อสร้างกระแส มองว่าได้ประโยชน์มากกว่าเสีย การเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ครั้งนี้จึงเป็นผลดี แต่สิ่งที่ท้าทายคือฝ่ายตรงข้ามและ แรงกดดัน

ท่าทีทางการเมืองของน.ส.แพทองธาร ที่ดูสุขุมทำให้ ฝ่ายตรงข้ามหวั่นไหว พรรคพลังประชารัฐที่อยู่ในภาวะระส่ำระสายก็ต้องปลุกผีทักษิณแน่นอน ฝ่ายตรงข้ามยังคิดว่ามีอำนาจ มีกลไกรัฐ และมีส.ว.ในมือ รวมถึงอำนาจ นอกกติกา เป็นสิ่งที่เพื่อไทยต้องประเมิน เพราะรัฐมีไอโอปลุกกระแสได้ มีผลทำให้สังคมวุ่นวายขัดแย้งแบบเดิมอีก

ยุทธพร อิสรชัย คณะรัฐศาสตร์ มสธ.

การเคลื่อนไหวหรือยุทธศาสตร์ของพรรคฝ่ายค้านที่ ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญปี 2560 และกฎหมายพรรคการเมือง ไม่เฉพาะแค่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่เดินเกมการเมืองในลักษณะคู่ขนาน กรณีพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบก็เดินเกมคู่ขนาน

ด้านหนึ่งคือเพื่อไทย อีกด้านคือครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองจะเข้าไม่ถึง การยุบพรรค ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคจะทำไม่ได้ คือกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองที่ปรับตัวตามกติกา การเกิดขึ้นของครอบครัวเพื่อไทยจึงเป็นหัวใจสำคัญ

ส่วนที่มองว่าเป็นการประกาศว่า น.ส.แพทองธารเป็น แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น คิดว่ายังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังให้น้ำหนักอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

จริงอยู่ น.ส.แพทองธารเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของ นายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย แต่เชื่อว่านายทักษิณ และเพื่อไทยไม่ได้มีตัวเลือกเพียง น.ส.แพทองธาร เพราะต้องประเมินสถานการณ์ ประเมินบริบททางการเมืองอีก หลายอย่าง

หาก น.ส.แพทองธารเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯจริง ก็จะมีทั้งผลบวกและผลลบ ในแง่ผลบวกเพื่อไทยเป็นองค์กรการเมืองขนาดใหญ่ มีกลุ่มทางการเมืองในพรรคไม่น้อย ดังนั้นต้องมีคนที่ได้รับการยอมรับ เป็นเรือธงคือนายทักษิณ

เมื่อวันนี้นายทักษิณเข้าสู่การเมืองไม่ได้ น.ส.แพทองธาร คือสัญลักษณ์ของนายทักษิณที่ชัดเจนที่สุด ที่จะทำให้เกิดการเกาะเกี่ยวของกลุ่มเหล่านี้ไม่ให้เกิดการขยับเขยื้อน ที่สำคัญช่วยดึงศิษย์เก่ากลับบ้านด้วย

ส่วนผลลบคือการที่ น.ส.แพทองธาร เป็นแคนดิเดต นายกฯ ก็จะทำให้ภาพของเพื่อไทยสลัดนายทักษิณไม่ ออก จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นชินวัตรแฟมิลี่ นำไปสู่การเคลื่อนไหวต่อต้านนายทักษิณ เหมือนที่เคยต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมก็เป็นได้

จะเห็นว่าคนในพรรคบางส่วนก็เคลื่อนไหวออกจากพรรค กระทั่งเกิดวาทกรรมนักรบห้องแอร์ ดังนั้นนายทักษิณและเพื่อไทยต้องดูกระแสบวก-ลบเหล่านี้ เพื่อประเมินกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ น.ส.แพทองธาร แม้จะอายุยังน้อย แต่เส้นทางการเมืองยุคปัจจุบันคิดว่าไม่เร็วเกินไป เพราะโลกปัจจุบันเป็นโลกของคนรุ่นใหม่ และสังคมการเมืองในหลายประเทศก็มีผู้นำที่อายุน้อย ล่าสุด นายกฯ ฟินแลนด์ก็มีอายุเพียง 34 ปี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสตอนชนะเลือกตั้งก็อายุเพียง 39 ปี

ดังนั้น หาก น.ส.แพทองธารมีคุณสมบัติไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สามารถเป็นนายกฯ ได้ตามรัฐธรรมนูญ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หรือเร็วเกินไป

ส่วนโอกาสอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เป็นสิ่งที่นายทักษิณและเพื่อไทยต้องพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อย่าลืมว่าเมื่อไรที่มีประเด็นเรื่องของคนในตระกูลชินวัตร ก็จะมีปัญหาการเคลื่อนไหวขึ้นทุกครั้ง อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรณีของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาสู่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งครั้งนี้เป็นลูกนายทักษิณ แน่นอนโอกาสที่จะหยิบจับประเด็นจากอีกฟากฝั่งอุดมการณ์ก็อาจเกิดขึ้นได้ นายทักษิณและเพื่อไทยต้องชั่งน้ำหนักให้ดี แต่เชื่อว่าจะไม่ได้มีเพียงตัวเลือกเดียว และมีการเตรียมการไว้แล้วในแต่ละสถานการณ์

กิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระ

วันนี้เป็นยุคของคนรุ่นใหม่ เป็นยุคของคนหนุ่มสาวที่สนใจในข้อมูลข่าวสารในหลากหลายรูปแบบ ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคย เลือกตั้งมาก่อน และสามารถตัดสินใจเองได้

ในทางยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยต้องการคนที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เป็นแค่คนอายุน้อยแต่ต้องเป็นคนที่มีความคิดใหม่ๆ แต่จะใหม่อย่างเดียวโดยไม่มีขาหยั่งก็ไม่ได้ อาทิ ขาหยั่งที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ ซึ่งน.ส. แพทองธารผ่านการรับรู้ทั้งการถูกยุบพรรค ถูกปฏิวัติ 2 ครั้ง

การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้บริหารพรรคเลือก น.ส.แพทองธาร จึงมองว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือต้องการความเชื่อมั่นและเชื่อถือจากคนทั่วไป ซึ่งหมายถึงคนรุ่นเก่าของพรรคกับคนรุ่นใหม่ ที่ยังไม่เคยอยู่พรรคไหนเลย น.ส.แพทองธารเป็นคนรุ่นใหม่ มีความคิดใหม่ๆ และสามารถเชื่อมกับคนรุ่นเก่าได้ การเป็นลูกนายทักษิณ ก็เป็นอีกส่วนที่ต้องการเชื่อมโยงอดีต ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไร

ข้อดีที่เพื่อไทยชู น.ส.แพทองธาร ในแง่เป็นคนรุ่นใหม่ ผ่านประสบการณ์ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ในมายด์แม็ป หรือแผนที่ความคิดจึงมีทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ ผสมผสานได้เพราะเข้าใจบริบททางการเมืองเสรีภาพและประชาธิปไตย จึงมองว่ามีความพร้อมทั้งประสบการณ์ วัยวุฒิ คุณวุฒิ

แม้อายุยังไม่มากแต่เป็นแม่ของลูกแล้ว มีครอบครัวที่มั่นคง และคิดว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกนายทักษิณ เพราะได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ทางการเมือง เอื้อต่อการรวบรวมน้ำจิตน้ำใจของทุกคน ครอบครัวพรรคเพื่อไทยเป็นวิธีหนึ่งที่จะหาคะแนนนิยม สร้างความเข้าใจกับ ฐานเสียงทั้งใหม่และเก่า รวมทั้งคนที่ไม่ชอบเพื่อไทย ไม่เห็นด้วย อาจอ่อนลงเมื่อเห็นเจตนารมณ์

ส่วนจุดอ่อนก็ต้องมีอยู่พอควรเพราะคนไม่ชอบขี้หน้าก็มาก หลายคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ บางคนก็พูดตรงๆ บางคนก็พูดอ้อมๆแต่สรุปคือกลัว เพราะน.ส.แพทองธาร นามสกุลชินวัตร กลัวว่าสามารถนำได้ คนดูรอบเวทีจะวิจารณ์หนักหน่อย พรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงฝ่ายค้านก็สงวนท่าทีไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะการเมืองเดี๋ยวก็เป็นฝ่ายค้านเดี๋ยวก็เป็นรัฐบาล

การเปิดหน้าเล่นก็จะตกเป็นเป้าโจมตีก็ต้องยอมรับความเจ็บปวด การเมืองในทุกประเทศก็เป็นอย่างนี้ ใครที่เป็นพลังสำคัญในพรรคก็ตกเป็นเป้า

ส่วนที่มองกันไปถึงการวางตัวให้เป็นนายกฯนั้น คิดว่ายัง วันนี้เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเฉยๆ เพื่อระดมคน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่บนไอที เป็นการส่งเมสเสจแบบมีพลังไปอีกแบบหนึ่ง แต่ก็ต่างจากนายทักษิณที่ลงพื้นที่

เป้าหมายนั้นมีความเสี่ยงและไทม์มิ่งเป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้ น.ส.แพทองธาร รู้ว่าจะทำอะไร แต่จะทำเมื่อไร ยังตอบไม่ได้ และการที่ใครจะเป็นตัวนำต้องค่อยๆ กล่อมเกลาให้เกิดประสบการณ์ ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอีกพอสมควร และเชื่อว่าน.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้คิดแบบนั้น คงไม่รีบ ต้องใช้เวลา ผ่านการเลือกตั้งอีกหลายครั้ง

ที่สำคัญต้องเข้าใจมนุษย์ นอกจากความเก่งและความสามารถรอบตัวแล้วควรลงพื้นที่ไปเจอของจริงเหมือนที่ นายทักษิณเคยทำ ไม่ต้องทุ่มกับพื้นที่มากเท่ารุ่นพ่อแต่ต้อง ผสมผสาน การจะเป็นรัฐบุรุษรัฐสตรีต้องรู้จักคน ทั้งระดับบนและล่างถ้าจะนำประเทศในอนาคต ซึ่งไม่ใช่วันนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน