FootNote:เป้าหมาย ประยุทธ์ อัศวิน ตรงกัน เป้าหมายคือการสืบทอดอำนาจ

ท่วงทำนองการปฏิเสธของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ต่อสถานะและสายสัมพันธ์กับมวลมหาประชาชน “กปปส.”อย่างชนิดต่อสายตรงไป ยัง นายถาวร เสนเนียม

เป็นท่วงทำนองเหมือนกับไม่มีร่องรอยใดๆให้เป็นที่ปรากฏ เนื่องจากแม้แต่ชื่อของ “กปปส.”เป็นอะไรก็ไม่สามารถตอบได้

พร้อมกับอ้างอิงบทบาทยาวไกลจนถึงเมื่อยังดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็ทำหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ กับทั้งพันธมิตรเสื้อเหลือง และนปช.คนเสื้อแดง

เท่ากับเป็นตัดบทรายละเอียดอันออกมาจากปาก นายถาวร เสนเนียม ลงไปอย่างสิ้นเชิง เท่ากับเป็นการตัดสายสัมพันธ์ที่มีอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ลงไปอย่างสิ้นเชิง

กระทั่งแทบไม่ต้องอธิบายว่าทำไม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จึงได้รับตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.ในยุคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ซึ่งเป็นคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์

กระทั่งแทบไม่ต้องอธิบายว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมอบตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.”ให้ด้วยอำนาจแห่งมาตรา 44

สภาพการณ์ดำเนินไปอย่างมีลักษณะตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ ไม่ว่าจะในห้วงที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไม่ว่าจะในห้วงรัฐประหารเมื่อ เดือนกันยายน 2549 หรือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ทุกอย่างอยู่ที่การเสนอตัวให้ประชาชนเลือกเพื่อที่จะได้ทำงานต่อไปในตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.”

โดยมีเลขาธิการพรรคการเมืองหนึ่งเข้ามาดำรงอยู่ในฐานะร่วม วางแผนต่อสู้ในการเลือกตั้ง และได้รับการช่วยเหลืออย่างหนักแน่นจากอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

การดำรงอยู่ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จึงเป็นการดำรงอยู่ ในลักษณะพิเศษทางการเมือง เป็นผลจากอำนาจรัฐประหาร ดำรง

อยู่บนพื้นฐานแห่งความต้องการในการสืบทอดอำนาจต่อไป

สถานะและการดำรงอยู่ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จึงละม้าย เหมือนกับการดำรงอยู่ของ พล.ต.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างยาก จะแยกออกได้

คนหนึ่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” คนหนึ่งเป็น “ผู้ว่าฯกทม.”

ไม่ว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าอดีตผู้ว่าฯกทม.ล้วนมีเป้าหมายการเมืองเฉพาะหน้าเหมือนกัน

นั่นคือ ต้องการเป็น “นายกรัฐมนตรี” ต้องการเป็น “ผู้ว่าฯกทม.”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน