หลังประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าพูดคุยกันหลายเรื่อง ทุกคนเครียดกันหมด เนื่องจากสถานการณ์เวลานี้หลายเรื่องประเดประดัง ทั้งโควิด สงคราม และเศรษฐกิจ
นายกฯ ระบุว่าทุกคนรับปากจะทำให้ดีที่สุดในนามรัฐบาล จะร่วมกันทำงาน มีหลายเรื่องที่เน้นย้ำ รวมทั้งอยากให้ทุกเรื่องสิ้นสุดโดยเร็ว แต่บางเรื่องอยู่เหนือการควบคุมของเราและประเทศเรา
ทั้งยังเสนอแนะ และระบุถึงการทำงานที่ผ่านมาด้วยว่า ถ้าต่างคนต่างพูดแล้วถือเป็นอารมณ์ทั้งหมดก็ไม่มีทางสำเร็จในทุกๆ เรื่อง รัฐบาลนี้ทำมาแล้วหลายปี ทำไปเยอะพอสมควร หลายเรื่องที่เอามาพูดกันก็ทำไปแล้ว
ก่อนปิดท้ายขอความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วยแล้วกัน
ความเครียดของรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีทุกคน ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์นอกประเทศ ซึ่งอยู่เหนือการควบคุม ตั้งแต่โรคระบาด สงคราม ส่งผลราคาพลังงานโลกผันผวน กระทบต่อราคาสินค้า ภาคขนส่ง และการบริการ
ขณะเดียวกันความจริงอีกด้าน เศรษฐกิจที่ฟุบยาวนาน ปัญหาของประชาชนและประเทศถูกแก้ไขอย่างผิดทิศผิดทาง เป็นผลสืบเนื่องและสารพิษตกค้างมาตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุด ที่ฉุดกระชากความเสื่อมทรุดแทบทุกด้าน
โครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม รัฐธรรมนูญ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ตอบสนองและเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนา เจตจำนงประชาชนหลังการเลือกตั้ง ก็ถูกบิดเบือนด้วยกติกาพิสดาร กับอำนาจในมือ 250 ส.ว.แต่งตั้ง
ความจริงอย่างหลังนี้ รัฐบาล กลุ่มอำนาจ และเครือข่ายบริวารได้ตระหนักอย่างไรหรือไม่
ด้วยกฎกติกาและโครงสร้างดังกล่าว จึงได้นักการทหารมาบริหารประเทศ แทนที่ จะเป็นนักบริหารมืออาชีพ มือเศรษฐกิจ รอบรู้เท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา
เมื่อสถานการณ์ภายในประเทศยังเป็นปัญหาหมักหมม รอวันชำระแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ยิ่งมาประสบกับสถานการณ์ภายนอก จึงขลุกขลักทุลักทุเลดังที่เป็นอยู่ขณะนี้
เศรษฐกิจปากท้อง ราคาพลังงานพุ่งไม่หยุด ข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูง รายได้เท่าเดิม คนจนหน้าใหม่เพิ่มขึ้น อาชญากรรมสูง ยาเสพติดระบาด ไหนยังจะมีประชาชนอีกจำนวนมาก ถูกดำเนินคดี เพราะนโยบายรัฐผิดพลาด เพราะแค่คิดเห็นแตกต่าง
สถานการณ์ขณะนี้ทำให้ประชาชนก็เครียด และรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน