ตกเป็นข้อครหาของผู้คนในสังคม กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ตลาดสะพานขาว อ้างว่าไปให้กำลังใจพ่อค้า-แม่ค้า รับฟังปัญหาเศรษฐกิจ
ต่อมานายกฯ ยังลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณคลองโอ่งอ่าง หนึ่งในโครงการพัฒนา คูคลองของกรุงเทพฯ

ทั้งสองกรณีไม่ได้เป็นภารกิจกำหนดล่วงหน้า แต่เกิดขึ้นปุบปับ หลัง กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. 50 เขต โดยเฉพาะการลงพื้นที่คลองโอ่งอ่างยังเป็นวันเดียวกับการเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ วันแรกอีกด้วย
ด้วยเวลาที่เหมาะเจาะ ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาว่า นายกฯ อาจมีเจตนาแฝงช่วยเหลือผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.บางคนหรือไม่

แม้ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า การลงพื้นที่ตลาดสะพานขาวและคลองโอ่งอ่าง ก็เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาโควิดและปัญหาเศรษฐกิจ
กระนั้นก็ตามได้มีบางพรรคเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบถึงประเด็นความไม่เหมาะสม เข้าข่ายหาเสียงช่วยผู้สมัครรายหนึ่งรายใดหรือไม่
อีกทั้งการที่นายกฯ กล่าวถึงการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่างของ กทม.จนได้รับรางวัลระดับโลก ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.รายหนึ่งชูเป็นผลงานมาตลอดเมื่อครั้ง อยู่ในตำแหน่ง
ทั้งนำมาหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย แบบนี้จะให้ประชาชนคิดอย่างไร

สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดเห็นต่อการลงพื้นที่ของ นายกฯ ช่วงนี้คือ ถึงไม่มีข้อพิสูจน์ความผิดทางกฎหมาย แต่ก็ไม่เหมาะสม
เนื่องจากนายกฯ มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เนื่องจากพรรคที่เสนอพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็ส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต
หนึ่งในผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.จากการแต่งตั้งของพล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคสช.ขณะนั้น
ยิ่งฟังความเห็นผู้อำนวยการ กกต.กทม.ที่ว่านายกฯ ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีผู้สมัครคนใดเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องกับผู้สมัครคนใด
ประชาชนก็ยิ่งหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจ ว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
จะไม่มีการใช้กลไกอำนาจเอื้อให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งจริงหรือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน