FootNote:มูลฐาน ความหงุดหงิด ในครม. จุดอดทน ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความหงุดหงิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในท่ามกลางการต่อปากต่อคำระหว่าง 2 รัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทยเป็นความหงุดหงิดที่สามารถเข้าใจได้
เข้าใจในรากฐานทางความคิดและการสะสมความจัดเจนในทางอารมณ์ของทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประสบเข้ากับสถานการณ์อันละเอียด อ่อนและเปราะบางจากความรู้สึกในทางสังคมที่สะสมและปะทุขึ้น อย่างรวดเร็วจากกรณี “คลิปเสียง 15 ล้านบาท”
เนื่องจากเป็นเรื่องของ “สลากกินแบ่ง” เป็นเรื่องของ “หวย” ที่คสช.เคยหยิบฉวยมาเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ถึงกับเคยส่งบุคคลระดับ “ผบ.ทบ.” เข้าจัดการหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
แต่เมื่อมาถึงเดือนเมษายนก่อนหน้าเดือนพฤษภาคม 2565 เพียงไม่กี่วัน เรื่องนี้ก็ฉาวโฉ่และลากดึงเอาคนใกล้ชิดจากภายในของทำเนียบรัฐบาลเข้าไปพัวพันโดยตรง
จึงไม่เพียงสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการ หากแต่ยังแสดงถึงจุดอ่อนและความหละหลวมภายในกระบวนการอีกด้วย
ความหละหลวมอย่างสำคัญก็คือ ที่เคยคิดว่าประสบความสำเร็จใน ห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นั้นไม่เป็นความจริงให้รับรู้กันอย่างเด่นชัด
เพราะหากเป็นผลสำเร็จเหตุใดจึงต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อยก็ 2 ชุดเฉพาะกิจออกโรง
ขณะเดียวกัน จุดอ่อนอันมีนัยสำคัญเป็นอย่างมากยังอยู่ที่การ ปรากฏขึ้นของ “คลิปเสียง 15 ล้านบาท” ยังตอกย้ำยืนยันถึงสภาวหอกข้างแคร่ อันดำรงอยู่ภายในกลกลของการปราบปราม
เท่ากับเป็นรูปธรรมพิสูจน์ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วเป้าหมายในการทำงานครั้งนี้ก็เพื่อจัดการกับพวกเดียวกัน และก็พวกเดียวกันนั่นเองที่ “ยืมหอกสนองคืน” เข้าอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ
นายทหารที่ผ่านร้อนหนาวการศึกและการเมืองมาในระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า ปรปักษ์ที่เผชิญหน้าตนอยู่ใน ขณะนี้เป็นใครและมีฤทธานุภาพมากเพียงใด
ตรงนี้แหละคือ “มูลฐาน” อย่างแท้จริงของ “ความหงุดหงิด”
เมื่อประสบกับการต่อล้อต่อเถียงในแบบนักการเมืองอันเกิดขึ้นในที่ประชุมครม.ความอดทนจึงถึงจุดมิอาจอดกลั้นต่อไปได้
การขับออกจาก “ที่ประชุม” จึงเป็น “มาตรการ” เฉพาะหน้าขึ้นมา