สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยมาถึงจุดสุ่มเสี่ยงอีกครั้ง

เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ที่หลายคนเริ่มทยอยออกเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดกันตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ยาวไปจนถึงวันที่ 17 เมษายน

จากการทำแบบสำรวจของกรมอนามัย พบว่าประชาชนร้อยละ 77 มีความกังวลต่อสถานการณ์โควิดช่วงสงกรานต์ โดยเหตุผลส่วนใหญ่ กังวลเพราะอาจมีการติดเชื้อจากการรวมกลุ่มในสถานที่ต่างๆ และการรวมกลุ่มสังสรรค์ในครอบครัว

ขณะที่ปัจจุบันผู้ติดเชื้อในประเทศ ยังสูงถึง 3-4 หมื่นรายต่อวัน

สําหรับสงกรานต์ปีนี้ คนไทยได้รับวัคซีนมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขและศบค. จึงผ่อนคลายมาตรการ อนุญาตให้จัดกิจกรรมตามประเพณี

เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่น การแสดง ทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดง ดนตรี ในพื้นที่จัดงานเล่นน้ำได้ แต่ต้องปฏิบัติ ตามมาตรการ COVID Free Setting กำกับเคร่งครัด

แต่ยังห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ห้ามขายและดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน ห้ามเล่นสาดน้ำในพื้นที่สาธารณะที่ไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ฯลฯ หากจะมีกิจกรรมบันเทิง สันทนาการ ต้องขออนุญาตตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณา

โดยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในกลุ่ม 608 ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มเด็กเล็กที่มีโรคประจำตัว

กรมควบคุมโรคได้คาดการณ์สถานการณ์ โควิด-19 หลังสงกรานต์ว่า หากคงมาตรการต่างๆ ประชาชนร่วมมือในระดับเท่ากับปัจจุบัน และมีการแพร่โรคต่อเนื่องไปทุกจังหวัด

ผู้ติดเชื้อจะสูงสุดราว 50,000 รายต่อวัน ช่วงประมาณวันที่ 19 เมษายน ผู้ป่วยปอดอักเสบสูงสุดราว 3,000 รายในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับผู้ป่วยปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ สูงสุดจะอยู่ที่ราว 900 ราย และผู้เสียชีวิตกว่า 100 รายต่อวัน

แต่หากย่อหย่อนมาตรการ ตัวเลขจะสูงกว่านี้หลายเท่า ป่วยใหม่อาจถึงหลักแสน เสียชีวิตกว่า 250 ราย

เพื่อไม่ให้ไปถึงจุดดังกล่าว ประชาชนจำเป็น ต้องยึดมาตรการส่วนตัวสูงสุดทุกที่ทุกเวลา สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่าง ป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

ภายใต้ความหวังสงกรานต์ปีหน้า สถานการณ์จะคลี่คลายกว่านี้ จะได้ เฉลิมฉลองกันตามปกติเสียที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน