มีความร้อนแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับจากก้าวย่างของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

เป็นความร้อนแรงที่เริ่มต้นจากสโลแกน “พร้อมชนทุกปัญหา” เพียงแต่เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดของแต่ละปัญหาก็ยิ่งเข้มข้น

ไม่ว่าในเรื่องของ “ขยะ” ไม่ว่าในเรื่องของ “รถไฟฟ้า”

ใครก็ตามที่เกาะติดการถ่ายทอดสด “ดีเบต” 6 ตัวเก็งชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ล่าสุดจะมองเห็นประกายไฟอันปรากฏขึ้นจากการเบียดขบในแต่ละประเด็น

เป้าของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร คือสร้าง “จุดต่าง”

รู้สึกหรือไม่ว่าจุดต่างของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สัมพันธ์กับจังหวะ “ก้าวไกล”

ในฐานะอดีต “โฆษก” ของพรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สืบทอดจิตวิญญาณของพรรคอนาคตใหม่จาก น.ส.พรรณิการ์ วานิช มาได้ครบถ้วน

คล้ายกับจะสร้างจุดต่างกับกลุ่มของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

กลุ่มของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันกวาดรวมตั้งแต่ นายสกลธี ภัททิยกุล ไปยัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือแม้กระทั่ง น.ส.รสนา โตสิตระกูล

แต่ความเป็นจริง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ไปไกลกว่านั้น

เป้าหมายทะยานจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

จุดแหลมคมเป็นอย่างมากก็คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ไม่ได้แสดงความแปลกใจในการนำเสนอนโยบายไม่ว่าจะเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

หากทะลวงไปยัง “เจตจำนงอันแน่วแน่” ในทางการเมือง

หากไม่มี “เจตจำนงอันแน่วแน่” ในการเปลี่ยนแปลง วิธีวิทยาของการบริหารจัดการ กรุงเทพมหานครก็จะเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่

ความใหม่จึงอยู่ที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

นี่คือยุทธวิธีของการทะลวงเข้าไปยัง “โครงสร้าง” อันเป็นตัว “ปัญหา” อย่างแท้จริง

นี่คือกระบวนท่าอันเป็นท่วงทำนองในแบบของ “พรรคอนาคตใหม่” ซึ่ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และพรรคก้าวไกล สืบทอดและลงมือปฏิบัติ

ผ่านการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน