FootNote:ภาพทรงพลัง เพื่อไทย ก้าวไกล เงาสะท้อน การเมือง ใน “กทม.”

ภาพการจับมือ โอบกอด ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลผ่านกระบวนการ ส.ก.โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กับ นายชัยธวัช ตุลาธน เป็นตัวหลัก

แวดล้อมโดย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด จากพรรคเพื่อไทย และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคก้าวไกล

ต้องยอมรับว่าเป็นภาพอันงดงาม ยอดเยี่ยม ทางการเมือง

เมื่อนำเอา 20 ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยผนวกเข้ากับ 14 ส.ก.ของพรรคก้าวไกล ผลออกมาเป็น 34 เท่ากับกำหนดวิถีดำเนินแห่งสภากทม.ได้อย่างเด่นชัด

“แถลงการณ์” ที่ออกมาสั้นๆจึงสะท้อนรูปธรรมแห่งความร่วม มือประสานนโยบายอย่างคึกคักและเร่าร้อน ไม่ว่าตำแหน่งประธาน ไม่ว่าการเพิ่มจังหวะก้าวใหม่ในทางการเมือง

นั่นก็คือการเติมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นเข้าไป นั่นก็คือการถ่ายทอดสดการประชุมสภากทม.ให้ชาวกทม.สัมผัสได้ในรายละเอียดการทำงาน

นี่คือการจำลองสภากทม.ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสรรค์ของรัฐสภา อันเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างเป็นจริง

เป็นสินค้า “ตัวอย่าง” ของการเมืองใหม่ การเมืองสร้างสรรค์

เมื่อมองจากรากฐานความสัมพันธ์เดิมของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่เคยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

ประสานเข้ากับจังหวะก้าวทางการเมืองในแบบของพรรคก้าวไกลที่ต่อยอดและพัฒนามาจากพรรคอนาคตใหม่

ต้องยอมรับนี่คือความงดงามทางการเมืองอันเป็น “คุณ”

1 เป็นคุณต่อการทะยานขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯกทม.จากการเลือก ตั้งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 1 เป็นคุณต่อพัฒนาการแห่งระบอบ ประชาธิปไตยหลังจากเสียเวลาไปหลัง “รัฐประหาร”

การบ้านที่สะท้อนการเมือง “ใหม่” ในกรุงเทพมหานครโดยการร่วมมือระหว่าง “ผู้ว่าฯ” และ “ส.ก.” อันมีพื้นฐานมาจากการตัดสินใจเลือกของประชาชนคือขีปนาวุธอันมากด้วยพลานุภาพ ทะลวงเข้าไปในสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ความร่วมมือทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ในพื้นที่กทม.จึงไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนของการเมืองใหม่หากแต่ ยังนำไปสู่การเปรียบเทียบอย่างแหลมคม

เปรียบเทียบกับ 8 ปีที่อยู่ภายใต้อำนาจของ “รัฐประหาร”

เปรียบเทียบกับ 10 กว่าที่วงจรอุบาทว์แห่ง “รัฐประหาร” ฉุดรั้งอำนาจและการตัดสินใจของประชาชนไปอย่างเหี้ยมโหด

มีส่วนอย่างสำคัญในการวิพากษ์ “รัฐราชการรวมศูนย์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน