FootNote:บทบาท ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เด่นเป็นสะพาน เชื่อมสู่คนรุ่นใหม่

การเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้อำนวยการ” ครอบครัวเพื่อไทยของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นจังหวะก้าวการตัดสินใจอันเฉียบแหลมยิ่งในทางการเมือง

ไม่ว่าจะมองจากด้านของ “พรรคเพื่อไทย” ไม่ว่าจะมองจากด้านของ “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”

ทั้งสองแจ่มชัดใน “ยุทธศาสตร์” แห่ง “แลนด์สไลด์” ที่เป็นจริง

เหมือนกับเป้าหมายจะวางอยู่ที่การดึงเอา “คนเสื้อแดง” กลับบ้านอย่างที่ประกาศตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ขอนแก่น ซึ่งเน้นเจตจำนงของพรรคเพื่อไทย

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง การตัดสินใจนี้ของพรรคเพื่อไทยเท่ากับเป็นการยิงกระสุนนัดเดียวคือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แต่จะได้ผลพวงในความครอบครองถึง 2 ประการ

ในส่วนของ “คนเสื้อแดง” ที่ต่อสู้อย่างชนิดเรียงเคียงไหล่กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาตั้งแต่หลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ไม่มีข้อสงสัย แต่ที่เย้ายวนอย่างยิ่งคือ “คนรุ่นใหม่”

นี่คือการหยิบฉวยจากผลงานและความสำเร็จของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างเล็งผลเลิศเป็นอย่างสูง

“คนรุ่นใหม่” ต่างหากคือความปรารถนาของ “เพื่อไทย”

ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองผ่านกระบวนการของ “แคร์ คิด เคลื่อน ไทย” และทวีความร้อนแรงเป็นอย่างสูงโดยการ ขับเคลื่อนผ่าน “ติ่ง” ที่เรียกว่า “นางแบบ”

เกิดปรากฏการณ์ชนกับการเคลื่อนไหวของ “คนรุ่นใหม่” ไปพร้อมกับการวิพากษ์ถึง “แนวทาง” ที่ทะลุเพดานมากเกินไป

นำไปสู่การประดิษฐ์คำอย่าง “สลิ่มเฟส 2” ขึ้นมา

แต่แล้วกลยุทธ์ที่ปะทะกับ “คนรุ่นใหม่” บ่งชี้ให้เห็นว่าไม่น่าจะประสบผลสำเร็จ แทนที่จะดึงมาได้กลับยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมามากมายในทางการเมือง

ตรงนี้เองจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธที่เหมาะสมและสอดรับกับข้อมูลและความเป็นจริงมากกว่า ท่าทีที่ประนีประนอมกับ “คนรุ่นใหม่” จึงเริ่มปรากฏ

“อาวุธ” ที่ว่านี้ย่อมเป็นอาวุธในแบบของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

จุดเด่นเป็นอย่างมากของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คือการยืนหยัดในแนวทางของ “คนเสื้อแดง” อย่างแน่วแน่ ไม่แปรเปลี่ยน ขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมกับ “คนรุ่นใหม่” ได้อย่างกลมกลืน

บทบาทของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จึงเท่ากับเป็น “สะพาน”

เมื่อคนที่มากความจัดเจนอย่าง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประสานเข้ากับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ก่อให้เกิดพลานุภาพ

เป็นพลานุภาพแห่งความใหม่ จุดประกายแห่งความหวัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน