FootNote:จุดอ่อนของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่กับ ความศรัทธา ความเชื่อมั่น
ในเมื่อบทบาทของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่เรียกว่า “ตุลาการภิวัฒน์” จึงแทบไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องนำเอา “รัฐประหาร” มาเป็นเครื่องมือ
ในเมื่อเส้นทาง “ตุลาการภิวัฒน์” รับรู้ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มาแล้ว
เห็นได้จากการจัดการกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็นได้จากคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่เมื่อยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้นก็มีความจำเป็นเฉพาะหน้าที่จะต้องลงมือรัฐประหาร
ถามว่าบทบาทของรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เบ็ด เสร็จเด็ดขาดหรือไม่ คำตอบเห็นได้จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 เห็นได้จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
จึงจำเป็นต้องจัดขบวนเคลื่อนไหวโดยมวลมหาประชาชนใน ชื่อว่ากปปส.ประสานกับการเคลื่อนไหว “ตุลาการภิวัฒน์” กระทั่งสุกงอมเต็มที่จึงลงมือทำรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557
โดยพื้นฐานรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 เพื่ออุดช่องโหว่ของรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ที่ถูกเรียกว่าเป็นรัฐประหารที่ “เสียของ”
จำเป็นต้องวางกฎกติกาผ่าน “รัฐธรรมนูญ”อย่างเคร่งครัด
รัฐธรรมนูญนั้นเองคือเครื่องมืออย่างสำคัญ อันเป็นผลผลิตในทางอำนาจจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นหลักประกันสร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูง
เป็นหลักประกันอย่างที่มีการสรุปอย่างรวบรัดว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่ DESIGN มาเพื่อ “พวกเรา”
ทั้งการออกแบบในเรื่อง 250 วุฒิสมาชิก ทั้งการออกแบบในเรื่องการเลือกตั้ง ทั้งการออกแบบและจัดตั้งองค์ประกอบขององค์กรอิสระ
เมื่อทุกอย่างมีความสมบูรณ์พร้อมมูลเช่นนี้แล้ว อำนาจที่อยู่ในมือตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงมีความแข็งแกร่งและมั่นคง
ไม่ว่าจะเป็น “การเลือกตั้ง” ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”
จุดอ่อนจะมีเพียงประการเดียวเท่านั้นเองว่า ท่ามกลางการดำรงอยู่ของกลไกอันเนื่องแต่ “รัฐธรรมนูญ” เช่นนี้ศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนจะมีมากน้อยเพียงใด
สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นเครื่องทดสอบ ไม่เพียงทดสอบศรัทธาต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแต่ยังทดสอบศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างสำคัญ จุดอ่อนนี้ละเอียดอ่อนและมากด้วยความอ่อนไหว