FootNote : เหตุปัจจัย ก่อให้เกิด ปรับครม. ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ตามน้ำ”
มีคำยืนยันอย่างแจ่มชัดจากปาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าจะไม่มีการปรับครม. และจะไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้
ทุกอย่างอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนตามกฎ และกติกาอันกำหนดจากศาลรัฐธรรมนูญ
หากมองจากสภาพความเป็นจริงในทางการเมือง ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่มีปรากฏการณ์ใดสะท้อนถึงความจำเป็นที่จะต้องยุบสภา
นั่นก็คือ ยังไม่ปรากฏความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล อันเป็นตัวแทนแห่งอำนาจบริหารกับสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นตัวแทนแห่งอำนาจนิติบัญญัติ
รูปธรรมก็คือ เพิ่งผ่านพ้นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพิ่งผ่านความเห็นชอบ
นั่นก็คือ แม้จะมีตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชารัฐว่างลง 2 ตำแหน่งตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2564 แต่เป็นเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการยังสามารถทำงานต่อไปได้ตามปกติ
ในเมื่อยังไม่มีเงื่อนไขมีปัจจัย รัฐบาลจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งในเรื่องปรับครม.และยุบสภา
กระนั้น ปัจจัยใหม่อีก 2 ปัจจัยที่อาจจะทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จำเป็นต้องตัดสินใจในเรื่องการปรับครม. นั่นก็คือสถานะของรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล
1 คือสถานะของ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กระทรวงศึกษาธิการ 1 คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี จากกระทรวงมหาดไทย
ลักษณะพิเศษอันอาจทำให้ต้องตัดสินใจเนื่องจาก นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์
ปมเงื่อนอยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองต่อ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อ นายนิพนธ์ บุญญามณี
และที่สำคัญคือท่าทีของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์
จากนี้จึงเห็นได้ว่าสภาพการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะต้องรีบเร่งกระทั่งเห็นเป็นความร้อนรน
ปัจจัยจึงขึ้นอยู่กับ “สถานะ” และขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล
หากพรรคร่วมรัฐบาลต้องการเอา “คนใหม่” มาแทนที่ “คนเก่า” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็สามารถล่องเรือไปตามน้ำได้
นั่นหมายถึงการปรับในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐไปด้วย