FootNote:สถานการณ์โควิด-19 โรคติดต่อกับสถานการณ์ในการเลือกตั้ง

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับที่ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีระกูล เปลี่ยนสถานะโควิด-19 ออกจากสถานะโรคติดต่ออันตรายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

สำคัญเป็นอย่างสูงไม่เพียงแต่ 1 ทางด้านการสาธารณสุข หากแต่ 1 ยังทางด้านการเมือง

กล่าวสำหรับทางด้านการสาธารณสุข ประกาศ 2 ฉบับนี้ ยืนยันถึงพัฒนาการในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2563

โดยพื้นฐานก็คือ ทำให้สถานะของโควิด-19 มิได้เป็นโรคติดต่ออันตรายอีกต่อไปแล้ว เท่ากับเป็นการยอมรับในความสำเร็จของรัฐบาลและของกระทรวงสาธารณสุข

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่พ่วงมาพร้อมกับประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายก็คือ การประกาศและบังคับใช้ “การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน”

เป็นการประกาศและบังคับใช้บนพื้นฐานที่เป็นมาตรการเข้ม เพื่อร่วมบริหารและจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วสถานการณ์ก็ย่อมจะไม่ฉุกเฉิน

คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันก็คือ จะยังคงให้ประเทศอยู่ในสถานการณ์ “ฉุกเฉิน” ต่อไปอีกหรือไม่

คำถามนี้ไม่ได้พุ่งเข้าใส่กระทรวงสาธารณสุขอีกต่อไปแล้ว เพราะอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ หากแต่เป็นคำถามโดยตรงไปยังรัฐบาลโดยตรง

ไม่ว่าจะอยู่ในการกำกับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะอยู่ในการกำกับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องจากตั้งแต่ประกาศและบังคับใช้กฎกติกาภายใต้บทบัญญัติสถานการณ์ฉุกเฉิน เป้าหมายก็เด่นชัดยิ่งว่ามิได้อยู่ที่การควบ คุมโควิด ตรงกันข้าม ต้องการควบคุมมวลชน

เพราะเห็นอย่างเด่นชัดว่า ความไม่พอใจรัฐบาลทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการชุมนุมและเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 กระทั่งปัจจุบัน

เมื่อ “โควิด” พ้นไปแล้วสถานการณ์ “ฉุกเฉิน” ยังจะคงอยู่หรือ

ด้านหนึ่งสถานการณ์โควิดได้คลี่คลายและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านหนึ่งสถานการณ์การเลือกตั้งก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

จากประกาศของ “สาธารณสุข” จากประกาศของ “กกต.”

นี่ย่อมเป็นโจทย์อันทรงความหมายยิ่งทั้งในทางการสาธารณสุข และในทางการเมืองที่จะวัดการตัดสินใจของรัฐบาล

หากตัดสินใจผิดเท่ากับเป็นการฟ้องร้องประจานตนเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน