ส่งสัญญาณการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เปิดเผยแผนการเลือกตั้งกรณีสภาผู้แทนราษฎรครบวาระ 4 ปีในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดวาระ
เบื้องต้น กกต.กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป
พร้อมกันนั้น ยังแจ้งเตือนว่าที่ผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมืองเกี่ยวกับการหาเสียงในกรอบระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุสภาผู้แทนราษฎร 23 มีนาคม 2566 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 68
โดยกรอบ 180 วันจะเริ่มนับตั้งแต่ 24 กันยายน 2565 ไปจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง
แผนเลือกตั้ง 7 พฤษภาคม 2566 กกต.กำหนดไทม์ไลน์ไว้ชัด ไม่ว่าวันเปิดรับสมัครเลือกตั้ง วันประกาศรายชื่อผู้สมัคร วันประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้ง วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ฯลฯ เป็นต้น
แต่ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ หลักปฏิบัติตามกรอบ 180 วันในการหาเสียงเลือกตั้งของว่าที่ผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมือง ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดว่าอะไรทำได้-ทำไม่ได้ ขณะที่กำลังจะเริ่มต้นนับเวลาวันแรก 24 กันยายนนี้
แม้จะเป็นกฎกติกาที่รับรู้กันอยู่ก่อนแล้วที่จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 68
แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือรายละเอียดในทางปฏิบัติที่ชัดเจน จนเกรงว่าอาจมีว่าที่ผู้สมัครบางคนไม่เข้าใจ จนนำไปสู่การกระทำขัดกฎกติกาด้วยความสับสนเข้าใจผิด
อย่างไรก็ตามการกำหนดเลือกตั้ง 7 พฤษภาคม 2566 รวมถึงกฎ 180 วัน อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าสภาอยู่ครบวาระ แต่หากยุบสภาก่อน จะไม่เข้าเงื่อนไขกฎ 180 วัน
อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 103 กำหนดให้จัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เท่ากับวันเลือกตั้งจะไม่ใช่ 7 พฤษภาคม 2566 ส่วนจะเร็วหรือช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่ายุบสภาเมื่อใด ยังต้องรอดูด้วยว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะเสร็จสิ้น บังคับใช้เมื่อไหร่
ขณะที่การเมืองปัจจุบันหลายสิ่งอย่างบ่งชี้ สภาอาจอยู่ไม่ครบอายุ ทั้งกรณีวาระนายกฯ 8 ปี ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้น ตามที่แกนนำรัฐบาลเคยส่งสัญญาณว่า อาจยุบสภาหลังประชุมเอเปกเดือนพฤศจิกายน จึงเป็นไปได้มากที่สุด
ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลนั่นเอง ทำให้การเลือกตั้งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สำหรับประชาชน การเลือกตั้งคือการได้มีส่วนร่วมทางการเมืองที่ดีที่สุด