ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 แล้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565
ลงนามโดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2565
มีการเพิ่มเติมรายละเอียดและบทกำหนดโทษหากจงใจไม่ปฏิบัติตามด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความเข้าใจกับฝ่ายการเมืองให้ตรงกันโดยเร็ว
เพราะมีปฏิกิริยาจากนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ และพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ระบุกระทบต่อกิจกรรมทาง การเมืองโดยตรง ซึ่งต้องชี้แจงให้ชัดเจน และสร้างสรรค์
สาระสำคัญอยู่ที่ข้อความ (9) มีผลต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคการเมือง การแนะนำตัวผู้สมัคร รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่กำหนดว่า
กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยวิธีการจัดทำ ขนาด จำนวน และสถานที่ ให้ถือปฏิบัติตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดในการ เลือกตั้งครั้งล่าสุด
ขณะเดียวกัน ผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งในครั้งต่อไป ต่างก็หวั่นเกรงจะมีความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ถึงกับประกาศสื่อสารกับประชาชนว่าจะงดเว้นกิจกรรมใดๆ ที่เคยให้ความช่วยเหลือและบริการซึ่งสุ่มเสี่ยง ต่อการร้องเรียน
ขณะที่กิจกรรมการแจกและมอบสิ่งของ ต้องห้ามเฉพาะผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมือง แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีสามารถกระทำได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังนั้น ก็ทำให้เกิดความลักลั่น
ข้อห้ามตามกรอบ 180 วันก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม 2566 นั้น กระทบความสัมพันธ์ระหว่างส.ส.กับประชาชนในพื้นที่มาก โดยเฉพาะกรณีการช่วยงานประเพณีต่างๆ เช่น งานศพ งานบวช งานแต่ง เป็นต้น
คาดว่าระเบียบและข้อกำหนดที่ออกมานี้ จะสร้างปัญหาและความยุ่งยากทั้งผู้ปฏิบัติและผู้บังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติให้ตรงกัน
ทางหนึ่งเพื่อลดการร้องเรียน การกลั่นแกล้ง กล่าวหากันในทางการเมือง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งต่อไปคาดว่าจะเป็นการต่อสู้ช่วงชิงคะแนนเสียงกันอย่างหนัก ทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง
ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจน โปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายใดสร้างความได้เปรียบและเสียเปรียบ