FootNote:ทำไม เสียงขู่ เรื่อง “รัฐประหาร” จึง “สะท้าน”ทั่วทั้งสังคม “ไทย”
ถ้อยคำสำนวนที่ว่า “ระวังจะไม่ได้เลือกตั้ง” อันออกจากปาก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ในห้วงที่สังคมไทยจะเผชิญกับการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 กันยายน
ไม่เพียงดำเนินไปในลักษณาการแห่ง “คำเตือน” หากแต่ยังเป็นการเตือนด้วยสิ่งที่สร้าง “ความหวาดกลัว” เป็นอย่างสูง
เบื้องหลังการไม่ได้ “เลือกตั้ง” หมายถึงการ “รัฐประหาร”
ที่เสียงสำทับนี้สร้างความตระหนกเป็นอย่างสูงมาจากปัจจัย อย่างน้อย 2 ประการประสานเข้าด้วยกัน ปัจจัย 1 มาจากสถานะทางการเมืองของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
ปัจจัย 1 มาจากสภาพการณ์โดยพื้นฐานของการเมืองไทย ตั้งแต่มีคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ไม่เพียงมีฐานะสำคัญในพรรคพลังประชารัฐ หากแต่ยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี จึงมีความใกล้ชิดอยู่กับศูนย์กลางแห่งอำนาจ
จึงย่อมจะได้ “กลิ่น” ได้เห็น “สัญญาณ” อันละเอียดอ่อนที่ดำรงอยู่ และทำให้คำพูดเปี่ยมด้วยน้ำหนัก
ยิ่งเมื่อพยายาม “ชี้แจง”ในเชิง “อธิบาย”ยิ่งน่าสยดสยอง
ความสยดสยองในที่นี้มิใช่เพราะว่า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้ออกมายอมรับถึงการดำรงอยู่ของอำนาจอื่นที่เหนือกว่าอำนาจ ของรัฐบาล
หากแต่ยังเท่ากับชี้ให้เห็นว่าแม้กระทั่งการดำรงอยู่ของรัฐบาลปัจจุบัน ก็เป็นการดำรงอยู่อย่างไม่แน่นอน
ความหมายก็คือ ไม่ว่าการดำรงอยู่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าการดำรงอยู่ในห้วงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ล้วนอยู่บนความเสี่ยง
เนื่องจากปัจจัยของ “กองทัพ” กลายเป็นเครื่องชี้ขาดอย่างแท้จริง เพราะว่า “กองทัพ” สามารถก่อรัฐประหารขึ้นได้ตลอดเวลา อย่างที่เห็นมาแล้วเมื่อปี 2549 และเมื่อปี 2557
เท่ากับตอกย้ำและยืนยันว่า แม้การเลือกตั้งจะสำคัญแต่อำนาจจากปากกระบอกปืน ก็มีความสำคัญและชี้ขาดมากกว่า
ไม่ว่าในที่สุด สถานการณ์อันเริ่มจากคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม จะลงเอยอย่างไร
แต่คำเตือนเชิงข่มขู่ในเรื่อง “รัฐประหาร” ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
ทั้งยังเป็นการเกิดขึ้นขณะที่แนวโน้มที่พรรคเพื่อไทย จะกำชัยในการเลือกตั้งอย่างชนิด “แลนด์สไลด์” ก็มีความเด่นชัด
กระทั่งกลายเป็นปัจจัยใหม่ล่อแหลมต่อการทำ “รัฐประหาร”