FootNote ชื่อ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ท้าทาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พลันที่มีการโยนหินชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น 1 ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐทุกสายตาก็มองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยังไม่มีใครรู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะรู้สึกอย่างไรต่อเสียงที่ดังก้องมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ
หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ที่มีความพยายามให้มีชื่อ นายอุตตม สาวนายน ดำรงอยู่ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
แม้นายอุตตมสาวนายนจะเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นคนร่วมแรงอย่างแข็งกันกับ”กลุ่ม 4 กุมาร”และ”กลุ่มสามมิตร”ในการสร้างพรรคพลังประชารัฐ
แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ ยังยืนยันอย่างเฉียบขาดและมั่นคงว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรคพลังประชารัฐต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น
ต่อสถานการณ์การโยนหินถามทางอันปรากฏขึ้นตั้งแต่วันที่
1 ตุลาคม จึงสะท้อนให้เห็นว่าภายในพรรคพลังประชารัฐคิดอย่าง ไรต่อสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทางการเมือง
โดยเฉพาะเมื่อเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าประกบ
ทั้งหมดนี้คือผลสะเทือนโดยตรงจากสถานการณ์อันเนื่องแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ไม่ว่าจะเป็น คำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 30 กันยายน เท่ากับเป็นรูปธรรมยืนยันว่าการขยับของศาลรัฐธรรมนูญกระทบต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นจริง
เพราะแม้จากคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปต่อแต่ก็มีกำหนดว่าไม่เกินไปจากเดือนเมษายน 2568
ความเป็นจริงนี้ชี้ชัดว่าหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 2 ปี จากนั้นก็จำเป็นต้องหาคนอื่นเป็น
ความเป็นจริงนี้ทำให้ผลสะเทือนจากคำสั่งเมื่อวันที่ 24 สิง หาคมกำหนด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เป็นทางเลือกใหม่
ปฏิบัติการโยนหินถามทางครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสนอให้สัง คมร่วมรับรู้ต่อสถานะและความเป็นจริงที่พรรคพลังประชารัฐต้อง เผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น หากแต่ยังสัมพันธ์ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
สัมพันธ์ทั้งในด้านที่ระบุว่าสถานะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ ชา อย่างน้อยก็ไม่เท่ากับสถานะก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยอมรับได้เพียงใด