FootNote:กระแส ข่าวลือ เรื่อง “ปรับครม.” การต่อสู้ ภายใน พี่น้อง “3 ป.”
ถามว่าทั้งๆที่มีตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 ตำแหน่งว่างลงภายหลังคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ตั้งแต่กันยายน 2564 จนป่านนี้ยังไม่มีการปรับครม.
เป็นคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคำถามถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และในฐานะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ในเมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐทำไมต้องทอดเวลา
เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีผ่าน การเสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ตกลงก็น่าจะราบรื่น
กระนั้น ในอีกด้านก็ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงของสาเหตุ แห่งการปลด 2 รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ด้วยว่ามีความเป็นมาอย่างไร
ความยืดเยื้อยาวนานกว่า 1 ปี มาจากปมแห่งความขัดแย้งนี้
พลันที่มีกระแสกดดันจากพรรคประชาธิปัตย์ พลันที่มีกระแสกดดันจากพรรคภูมิใจไทย ในเรื่องของเวลาและความเหมาะสมที่ จะปรับครม.
จึงย่อมสร้างความหนักใจให้เป็นอย่างมากต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
เนื่องจากปัญหาที่จำเป็นต้องทอดเวลายาวนานมากว่า 1 ปี มิได้เป็นปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ มิได้เป็นปัญหาของพรรคภูมิใจไทย หากเป็นปัญหามาจากพรรคพลังประชารัฐ
เพียงการจัดหาตัวบุคคลที่เหมาะสมต่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน ก็
หนักหนาสาหัสอย่างยิ่งอยู่แล้ว
ยังมีแนวโน้มและความเป็นไปได้ว่าอาจจะบานปลายขยาย ไปสู่ตำแหน่งอื่นโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยตามมาอีกด้วย
ข่าวลือที่ว่าการกลับมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป อาจนำไปสู่การทบทวนบทบาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงถูก “ปล่อย” ออกมา
เป็นการปล่อยในเชิง “โต้กลับ”ไปยังภายในพรรคพลังประชารัฐให้ตระหนักรู้ในความคิด
ด้านหนึ่ง เพื่อกดดันมิให้มีการเคลื่อนไหวมากยิ่งไปกว่านี้ ด้านหนึ่ง เพื่อทดสอบพลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อพรรค พลังประชารัฐ
และกรุยทางสะดวกให้กับการปรับครม.ที่จะเกิดขึ้น