FootNote:จังหวะก้าว ครูใหญ่ “เนวิน” กับประชาธิปัตย์ ใน “อีสาน”
ทั้งๆที่ในจำนวน ส.ส.ที่ไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของ “ครูใหญ่” นายเนวิน ชิดชอบ ของพรรคประชาธิปัตย์มีเพียง 1 คน นั่นก็คือ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย จากอุบลราชธานี
แต่ผลสะเทือนต่อพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลับลึกซึ้งเป็นอย่างสูง
แม้เจ้าตัวของ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย จะแบ่งรับแบ่งสู้ ให้รอสัญญาณแห่งการยุบสภาก่อน กระนั้นความเชื่อของสังคมก็อยู่ในระนาบเดียวกันกับกรณีของส.ส.พรรคเพื่อไทย และบรรดางูเห่า จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่มิได้เป็นส่วนของพรรคก้าวไกล
ในทางรูปแบบ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย อาจไม่ได้ไปนั่งรวมกลุ่มอยู่กับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เหมือน นายคารม พรพลกลาง แต่การยินดีสวมชุดน้ำเงิน ถือได้ว่าก้าวไปแล้วครึ่งหนึ่ง
หากประเมินจากสภาพที่คนของตระกูล “หลักคำ” ในพื้นที่อุบลราชธานี ไม่มีความแน่นอนเด่นชัด ขณะที่บารมีของ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ในอำนาจเจริญก็ถดถอยลงเป็นลำดับ
การสะท้อนออกผ่านจังหวะก้าวของ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย มีผลสะเทือนในทางขวัญและกำลังใจเป็นอย่างสูง
เท่ากับชี้ชะตาพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคอีสานเด่นชัด
พรรคประชาธิปัตย์ในกาลอดีตอาจมี นายเทพ โชตินุชิต เป็นเลขาธิการพรรค อาจมี นายเลียง ไชยกาล เป็นสมาชิกร่วมก่อตั้งพรรคตั้งแต่เดือนเมษายน 2489
แต่ท่ามกลางการเคลื่อนไหว นายเลียง ไชยกาล ก็มาอยู่พรรคประชาชน นายเทพ โชตินุชิต ก็กลายเป็นพรรคสังคมนิยม
ครั้งหนึ่งอาจได้ นายสุทัศน์ เงินหมื่น จากพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย อาจได้ นายประจวบ ไชยสาส์น จากพรรคชาติไทยมาเป็น “ขุนพล”
แต่หลังการมาของพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 พรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มถดถอย และได้ส.ส.ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือระดับต่ำสิบ
เมื่อพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ต้องนับถอยหลังจึงเหลือเพียงพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น ที่เป็นความหวัง
การตัดสินใจของ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย จึงดำเนินไปเหมือนกับการตัดสินใจของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เหมือนการตัดสินใจของ นายวิทยา แก้วภราดัย
เพราะที่ทะมื่นอยู่ข้างหลัง “น.ส.แนน” คือ นายอิสสระ สมชัย
ขณะที่ นายวิฑูรย์ นามบุตร แสดงออกอย่างแจ้งชัดว่าต้องการเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของครอบครัวพรรคเพื่อไทย
สายตาจึงทอดมอง “ประชาธิปัตย์” ด้วยความห่วงหาอาทร