FootNote:ชะตากรรม ของ พลังประชารัฐ กับอนาคต ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บังเกิดความเงียบงันเป็นอย่างมากกับบรรดาพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะเป็นพรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า
เป็นความเงียบหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเปิดไฟเขียวให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ”
แม้ว่าโดยพื้นฐานจะเสมอเป็นเพียงเดือนเมษายน 2568
ความคึกคักในการเดินสายของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ลดลง ความมั่นใจในการประกาศชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็เงียบไป
ยิ่งกรณีการจับมือระหว่าง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กับ นายกรณ์ จาติกวณิช โดยมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตามมาด้วย ก็เริ่มกลายเป็นคำถาม
แม้พรรคการเมืองเหล่านี้พยายามที่จะเสนอทิศทางอันเป็นของตนเอง โดยกำหนดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของตน และเปิดเส้นทางวิพากษ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กระนั้น ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถเบียดแทรกเข้าไปยืนอยู่ในแนวเดียวกับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล
ขณะรอยร้าวก็เริ่มเกิดขึ้นกับทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความสามารถ “ไปต่อ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นเอง คือเส้นแบ่งสำคัญในทางการเมือง
เนื่องจากเป็นทิศทางอันถูกตีความอย่างรวบรัดว่าเท่ากับสะท้อนให้เห็นถึง “อภินิหาร” ในทาง “กฎหมาย”
ซึ่งสำนองรับต่อทิศทางและยุทธศาสตร์ในทาง “การเมือง”
เป็นการเมืองอันเริ่มต้นมาจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และเพิ่มความแจ่มชัดมากยิ่งขึ้นภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการยกร่างและจัดวางผ่านพิมพ์ เขียวของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ DESIGN มาเพื่อ “พวกเรา”
พวกเราในที่นี้มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “ตัวแทน”
อาการงันชะงักจากพรรคการเมืองเกิดใหม่อย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคสร้างอนาคตใหม่ หรือแม้กระทั่งพรรคชาติพัฒนา กล้า จึงตกอยู่ในสภาพแห่งการรอคอย
รอคอยสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รอคอยสภาพความเป็นจริงว่าในที่สุดแล้ว ธงนำเพื่อการไปต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำเนินไปอย่างไร ยังเป็นพรรคพลังประชารัฐหรือว่าเป็นพรรคการเมืองอื่น
ชะตากรรมของพรรคพลังประชารัฐจึงเท่ากับเป็นคำตอบ