FootNote:ความมั่นใจ เนวิน ชิดชอบ สูงยิ่ง ต่อการดุนหลัง อนุทิน ชาญวีรกูล

การเล่นบท “ครูใหญ่” เพื่อผลักดัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทะยานไปยังตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” โดย นายเนวิน ชิดชอบ ก่อให้เกิดนัยประหวัดทางการเมือง

ไม่เพียงแต่ย้อนกลับไปยัง นายบรรหาร ศิลปอาชา นายเสนาะ เทียนทอง หากเป็น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

เป็นภาพของ “เลขาธิการ” เป็นภาพของ “ผู้จัดการ” รัฐบาล

ต้องยอมรับว่าบทบาทของ นายบรรหาร ศิลปอาชา มีส่วนอย่างสัมพันธ์ต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อเดือนสิงหาคม 2531

ต้องยอมรับว่าบทบาทของ นายเสนาะ เทียนทอง มีส่วนในการหนุนเสริมบารมีเดิมของ นายบรรหาร ศิลปอาชา กระทั่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคม 2538

และก็ นายเสนาะ เทียนทอง อีกนั่นแหละที่เมื่อย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ ก็ทำให้ฝันของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปรากฏเป็นจริงในเดือนพฤศจิกายน 2539

ยิ่งมองไปยังบทบาทของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ในการดัน นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรียิ่งโลดโผนพิสดาร

บทบาทในแบบเดียวกันนี้กำลังเป็นของ นายเนวิน ชิดชอบ

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าความจัดเจนในแบบ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายเสนาะ เทียนทอง หรือในแบบ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ล้วนอยู่ในการเฝ้ามองของ นายเนวิน ชิดชอบ

ยิ่งเมื่อร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดุนหลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม 2551 ยิ่งกาววาว

ทำไม นายเนวิน ชิดชอบ จะมองไม่เห็นเส้นทางนายกรัฐมนตรีของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รวมถึง นายทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช

ต่อ นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อาจอยู่ในจุดเสมอนอก แต่เมื่อมาถึง นายทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช ก็เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น

เป็นความใกล้ที่มีความมั่นใจในการร่วมผลักดัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นพร้อมกับยอดคำเท่ “มันจบแล้วนาย” ต่อนายเก่า

พลันที่ นายเนวิน ชิดชอบ เปล่งประกาศยุทธศาสตร์ทางการเมือง ในแวดล้อมของบรรดา 28 ส.ส.ที่พาเหรดแสดงตนว่าจะเป็นคนใน สังกัดพรรคภูมิใจไทยแสงแห่ง สปอตไลต์ย่อมฉายจับ

เนื่องจาก “ยุทธศาสตร์” นี้มีลักษณะทะลุทะลวงทางการเมือง

ไม่เพียงเป็นการส่ง “สาร” ไปยังความมุ่งมาดของพรรคเพื่อไทย หากแต่ยังเป็นการส่ง “สัญญาณ” ไปยังกลุ่มพี่น้อง 3 ป.

ศึกการเลือกตั้งในปี 2566 จึงเปี่ยมด้วยความแหลมคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน