FootNote จับตา อาฟเตอร์ช็อค เดี่ยว 13. ผลจาก การเมือง ยุค”ดิจิทัล”
พลานุภาพของ#เดี่ยว 13 มีความเด่นชัดอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ 1 เสียงหัวร่อครืน ครืน ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน และการกลายเป็น “ไวรัล”ผ่านโลกของโซเชียลในเดือนตุลาคม
รัฐมนตรีบางคนอาจให้เครดิตกับช่องทาง”เน็ตฟลิกซ์”ซึ่งกว้างขวางไพศาล ว่าเป็น”พาหะ”อย่างเป็นด้านหลัก
กระนั้นไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการไม่ว่าจะเป็นนักสื่อสารมวลชนและแม้กระทั่งนักการตลาดสรุปตรงกันว่าเนื้อหาซึ่งสะท้อนผ่านปากของ”โน้ส อุดม”นั่นแหละคือคำตอบ
หากมองจากพื้นฐานความเป็น”เดี่ยว 13”เท่ากับเป็นรูปธรรมของความต่อเนื่องมาอย่างน้อยเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ด้วยซ้ำไป
การที่”ศิลปิน”คนหนึ่งสามารถยืนระยะการเดี่ยวไมโครโฟนได้อย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 10 ปีโดยที่ยังมีการต้อนรับจากแฟนานุแฟนอย่างสม่ำเสมอนี่คือความนิยมที่คงทน
ชี้ว่าเนื้อหาการนำเสนอของ”โน้ส อุดม”สอดรับกับอารมณ์
ความรู้สึกของสังคม และที่ทะยานไปสู่ความยอดนิยมอย่างยิ่งยวดก็เมื่อแตะไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เสียงหัวร่อครืน เสียงฮาจนตัวโยน คือการขานรับว่าสิ่งที่”โน้ส อุดม”นำเสนอคือ ความรู้สึกที่ดำรงอยู่ในสังคมอย่างเป็นจริง
แต่นอน ผลสะเทือนเฉพาะหน้าย่อมตกกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง แต่สิ่งที่เรียกว่า”เอฟเฟ็กค์”ในลักษณะ”อาฟเตอร์ช็อค”นั้นรุนแรง
1 รุนแรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะเดียวกัน 1 รุนแรงต่อคนที่แวดล้อมและร่วมเรือลำเดียวกัน
ไม่เพียงแต่มองย้อนกลับไปยังคณะคสช.อันเป็นผู้ก่อรัฐประ หารเพื่อชิงอำนาจทางการเมืองจากรัฐบาล นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เท่านั้น
หากยังหมายรวมไปยังบรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองอันดำรงอยู่ในสถานะเป็น”นั่งร้าน”ซึ่งก่อให้เกิดการสืบทอดอำนาจอย่างมีนัยสำคัญ
ตรงนี้คือผลสะเทือนอันจะสะท้อนออกผ่าน”การเลือกตั้ง”
การเมืองในยุค”อะนาล็อก”อาจไม่สามารถจดจารบันทึกเอาไว้ได้ อย่างละเอียด นักการเมือง พรรคการเมือง จึงไม่สนใจอารมณ์และความรู้สึกของประชาชน
คิดเพียงว่าเอา”กระสุน”กระหน่ำยิงลงไปก็”เรียบร้อย”
แต่การเมืองในยุค”ดิจิทัล”โดยเฉพาะเมี่อพรรคอนาคตใหม่เสนอตัวเองเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2565 ทุกอย่างมิได้ดำรงอยู่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยต้องการ”แลนด์สไลด์”ในทางการเมืองง