สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ประเมินยอดการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หรือบัตรคนจน จะทรงตัวอยู่ที่กว่า 20 ล้านคน
จำนวนผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. ถึงวันที่ 17 ต.ค.2565 อยู่ที่ 21.52 ล้านคน และรัฐบาลยังเปิดให้ลงทะเบียนไปจนถึงสิ้นเดือนต.ค. ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธิเท่าไหร่นั้น ต้องรอตรวจสอบคุณสมบัติก่อน
จากจำนวนผู้ลงทะเบียนปี 2565 ในขณะนี้มากกว่าปี 2564 กว่า 10 ล้านคน หรือกว่าเท่าตัว ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุมีหลายปัจจัยเข้ามา โดยเฉพาะเรื่องโควิด ทำให้คนมีรายได้น้อยลง หรือไม่มีรายได้เลย
นั่นหมายความว่าผู้มีรายได้น้อย หรือคนจนเพิ่มมากขึ้นอีกกว่า 10 ล้านคน
การลงทะเบียนบัตรคนจนปีนี้ ผู้ที่ถือบัตรเดิม และผู้ที่ไม่เคยมีบัตรมาก่อน ต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด โดยคุณสมบัติขั้นต่ำต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท
เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติผ่านจะได้การช่วยเหลือจากรัฐบาลในการลดค่าครองชีพ เช่น ซื้อสินค้าต่างๆ ค่าเดินทาง ลดหย่อนค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และน้ำประปา เป็นต้น
ผู้ลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ว่างงาน แรงงานรับจ้างรายวัน ผู้ค้าขายรายย่อย เกษตรกรรายย่อยรายได้น้อย ล้วนเป็นกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจที่นับวันยิ่งมากขึ้น
นอกจากปัจจัยภายนอก ทั้งเรื่องโควิด สงคราม และวิกฤตพลังงานแล้ว ปัจจัยภายในประเทศเองก็ล้วนมีส่วนสำคัญทำให้ผู้คนยากจนมากขึ้น
จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้นอีกกว่า 10 ล้านคนนั้น ไม่เป็นสัญญาณที่ดีแต่อย่างใด ยิ่งตอกย้ำเรื่องบริหาร
จัดการของรัฐบาล แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลายไปนานแล้ว แต่การทำมาหากิน และความเป็นอยู่ของประชาชนไม่กระเตื้องขึ้น
โดยเฉพาะค่าครองชีพสูงมากเป็นประวัติการณ์ ราคาพลังงาน ส่งผลเงินเฟ้อสูง ขณะที่รายได้ประชาชนส่วนใหญ่เท่าเดิม แม้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ แต่ก็ไม่สอดคล้องกับราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น
ล่าสุดรัฐบาลเตรียมออกมาตรการทางเศรษฐกิจช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภค อาทิ โครงการช็อปช่วยชาติ คนละครึ่งเฟส 6 รวมถึงขยายเวลาลดค่าก๊าซหุงต้ม
แต่ทั้งหมดยังเป็นเรื่องเฉพาะหน้า เน้นการแจก การสงเคราะห์ ยังไม่มีมาตรการอะไรใหม่ๆ จึงไม่แปลกที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว