FootNote:สถานะบ้านใหญ่ “ปากน้ำ” กับพลังดูด จากภูมิใจไทย
อย่าได้ตำหนิ “ปฏิกิริยา” ในทางสังคมเมื่อเห็นภาพ นายอนุทิน ชาญวีระกุล นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม โดยแวดล้อมอยู่ด้วยหนุ่มสาว 2 คนเลย
ชัดเจนเลยว่าเป็น “ปฏิกิริยา” ไปในทำนองที่ว่าพรรคภูมิใจเปิด ปฏิบัติการ”ดูด” อีกแล้ว แม้กระทั่งต่อบ้านใหญ่”ปากน้ำ”
แม้จะมีคำชี้แจงอย่างเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่า สายสัมพันธ์ระหว่าง “อนุทิน+ชนม์สวัสดิ์” มิได้เป็นเรื่องการเมือง หากแต่เนื่องจาก “ความรัก”
เพราะว่าลูกชายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นคนรักกับลูกสาวของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และภาพนั่นเป็นเพียงการพบระหว่างพ่อของฝ่ายหญิงกับพ่อของฝ่ายชายเท่านั้น
ความรู้สึก “ร่วม” ที่ว่านั่นคือสัญญาณอันอาจสะท้อนให้เห็นว่า “กลุ่มปากน้ำ” ที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ มีโอกาสจะไหลไปรวมกับพรรคภูมิใจไทยจึงได้บังเกิด
ความรู้สึกเช่นนี้มีพื้นฐานจากสภาพความเป็นจริงของพรรคภูมิใจไทย เมื่อประสานกับความเป็นจริงของพรรคพลังประชารัฐ จึงลงตัวอย่างอัตโนมัติ
ความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ทางการเมืองจึงทรงความหมาย
เด่นชัดยิ่งว่า 1 มีปัญหาและความขัดแย้งดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ ขณะเดียวกัน 1 เด่นชัดยิ่งว่าพรรคภูมิใจไทยต้องการยกระดับตนเองไปสู่ความเป็น “ขั้วหลัก”ทางการเมือง
ปัญหาของ “กลุ่มปากน้ำ” มาจากความไม่สมานกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มพลังบางกลุ่ม ที่ต้องการแสวงหาอำนาจ
เด่นชัดอย่างยิ่งก็คือการยื่นมือเข้ามากำหนดตัวบุคคล ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในสมุทรปราการ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนของตนอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง
เมื่อ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ซึ่งถือว่าเป็น “บ้านใหญ่” ในสมุทรปราการมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเปี่ยมด้วย “พลังดูด” ความต่อเนื่องของข่าวจึงได้บังเกิด
อาจมีการปฏิเสธในตอนนี้ แต่แวดวงการเมืองมีความไม่แน่นอนดำรงอยู่สูงยิ่ง ภายในความแน่นอน จึงต้องฟังหูไว้หู
ไม่ว่าสภาพที่กำลังเกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าสภาพที่มีการจับตามองกระบวนการของพรรคภูมิใจไทย ได้สะท้อนให้เห็นอนิจจลักษณะในทางการเมืองออกมา
เป็นอนิจจังที่สถานะพรรคพลังประชารัฐไม่เหมือนเดิม
เป็นอนิจจังที่คนของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมที่จะแยกและแตกตัว และมีจำนวนไม่น้อยที่ไหลไปรวมตัวกันอยู่กับพรรคภูมิใจไทย อันเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง
ปฏิบัติการ “ตกปลาในบ่อเพื่อน” จึงเป็นและเห็นกันอยู่