FootNote:เงินบริจาค 3 ล้าน “นายบ่อน” กับสถานะของพลังประชารัฐ
ความรู้สึกของสังคมต่อข่าวที่เจ้าของบ่อนและสถานบันเทิงในย่านใจกลางมหานครกรุงเทพฯบริจาคเงินจำนวน 3 ล้านบาทให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นความรู้สึกที่ทรงความหมาย
ทรงความหมายไม่เพียงแต่ต่อสถานะของพรรคพลังประชารัฐ หากแต่ทรงความหมายต่อสถานะแห่ง “องค์กรอิสระ”
พลันที่มีการเปรียบเทียบกับบทบาทของ “องค์กรอิสระ” อันก่อให้เกิดการยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคอนาคตใหม่ คนจำนวนไม่น้อยก็เริ่มมีบทสรุป
เป็นบทสรุปที่ไม่เพียงยืนยันในลักษณะ “ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด” หรือ “สองมาตรฐาน”ซึ่งดำรงอยู่ในสังคมและการเมืองประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังทำให้การดำรงอยู่ของพรรคพลังประชารัฐมีความชัดเจน
เป็นความชัดเจนที่จะมองการเมืองอย่างเห็นถึง 1 ระบบ และเงาสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมแห่ง 1 ระบอบว่าที่ประเทศไทยมีสภาพเป็นเช่นนี้มีรากฐานมาอย่างไร
ที่เด่นชัดอย่างที่สุดก็คือ จาก 2 รัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 และรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557
และสุดยอดคำเท่ “รัฐธรรมนูญนี้ DESIGN เพื่อพวกเรา”
ความหมายก็คือหากเป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาล เป็นฝ่ายเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นฝ่ายเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่ถูกลงโทษ
โดยพื้นฐานก็คือลงมือทำ “รัฐประหาร” ก็สามารถ “นิรโทษกรรม” ให้กับตนเองได้
จะจัดโต๊ะจีนระดมทุนอย่างโจ่งครึ่มเพียงใด จากกลุ่มทุนก็ไม่มี “องค์กรอิสระ” ใดให้ความสนใจลงโทษ แม้กระทั่งเคยทำความผิดเมื่อมาเป็นฝ่ายรัฐบาลก็สามารถพ้นผิดลอยนวล
จึงมิได้เป็นเรื่องแปลกที่นายทุนซึ่งร่ำรวยจากธุรกิจการพนัน และยาเสพติด มีความสะดวกใจที่จะบริจาคเงิน 3 ล้านบาทโดยที่ทางพรรคก็ไม่สนใจว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างไร
นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ในสังคมการเมือง โดยที่คนไทยมองเห็นรับรู้และได้แต่ทำตากันปริบปริบ
อย่าได้แปลกใจหากว่าสถานการณ์ยาเสพติด ที่แพร่ระบาดทั้งในประเทศและที่ถูกนานาชาติจับตาติดตาม กลายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติ
โดยที่สิ่งเหล่านั้นวนเวียนอยู่โดยรอบรัฐบาลพรรคการเมือง
ลักษณะพ้นผิดลอยนวลที่เริ่มจากเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 กระทั่งกรณีสถานบันเทิงและบ่อนการพนัน ยาเสพติด
ทั้งหมดนี้กำลังเป็น “คำถาม”และเรียกร้อง “คำตอบ”