หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ยืนยันไม่มีเรียกผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรถสองแถวโดยสาร และรถจักรยานยนต์บริการในพื้นที่เกาะเสม็ด

การชี้แจงดังกล่าวสืบเนื่องจากส.ส. และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุมีการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการรายละ 16,000 บาท และยังเรียกเก็บรายเดือนอีกต่างหาก

นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ตยังร้องเรียนมีการเก็บเงินจากการก่อสร้าง และต่อเติมอาคาร รวมถึงบรรดาผู้ค้าหาบเร่แผงลอยรายย่อยต่างๆ ก็ยืนยันถูกเรียกเก็บเช่นกัน

ในเบื้องต้นอุทยานฯ ผู้ดูแลพื้นที่ยืนยันไม่มี แต่ระดับผู้บังคับบัญชาในกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตลอดจนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนิ่งเฉย ไม่ตรวจสอบให้กระจ่างชัดไม่ได้

จากการสอบถามผู้ประกอบการหลายระดับ และหลากหลายอาชีพในเกาะเสม็ด ยังคงยืนยันมีการเรียกเก็บเงิน และเป็นปัญหาหมักหมมมานาน จึงเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาส่วนกลางตรวจสอบจัดการ

นับเป็นปัญหาอื้อฉาวอีกกรณีต่อเนื่องจากตำรวจบุกจับอธิบดีกรมอุทยานฯ ในห้องทำงาน พร้อมของกลางเงินสดในซองจำนวน 5 ล้านบาท ถูกกล่าวหาเป็นเงินเรียกเก็บจากผู้ใต้บังคับบัญชา

ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นสอบสวน มีทั้งกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะทำงานในคดี

รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เนื่องจากผลสอบเบื้องต้นมีมูล

นอกจากการกล่าวหาอธิบดีเรียกเงินผู้ใต้บังคับบัญชา และอุทยานฯ เรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการ ต่างๆ ที่ทำมาหากินจากการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ แล้ว? อีกเรื่องที่กรมอุทยานฯ รวมไปถึงผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องตระหนักด้วยเช่นกัน

กรณีข้าราชการระดับสูงถูกฟ้องร้องคดีฆาตกรรมชาวบ้าน ล่าสุดคดีอยู่ในชั้นศาล เป็นที่จับจ้องตรวจสอบจากภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ

แม้ขณะนี้ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าวจะเป็นพยานร้องเรียนกล่าวหาอธิบดี แต่ก็ต้องแยกแยะด้วย เพราะถูกกล่าวหาฟ้องร้องในคดีฆาตกรรมร้ายแรง

ระดับบริหารของกระทรวง ควรต้องกวาดบ้านครั้งใหญ่ ลงดาบข้าราชการอื้อฉาวจริงจัง ทั้งเหตุที่ถูกกล่าวหาทุจริตและที่ต้องคดีฆาตกรรม เพื่อเรียกความเชื่อถือจากประชาชนคืนมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน