FootNote:การมาของ “สกลธี ภัททิยกุล” กับบารมี ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การแต่งตั้ง นายสกลธี ภัททิยกุล ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครของพรรคพลังประชารัฐ สะท้อนบารมีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เพราะเมื่อได้ นายสกลธี ภัททิยกุล มาเท่ากับได้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โดยอัตโนมัติ

แม้ต้องสูญเสีย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ให้พรรคภูมิใจไทย

ไม่ว่ามองจากรากฐานเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่ามองจากรากฐานเดิมของมวลมหาประชาชน “กปปส.” เด่นชัดว่าพรรคพลังประชารัฐยังครองความเหนือกว่า

อาจยังไม่ได้เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย อาจยังไม่ได้เหนือกว่าพรรคก้าวไกลในเรื่องของ “กระแส” แต่เมื่อเปรียบเทียบกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังเหนือกว่า

ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐมี นายสกลธี ภัททิยกุล ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งในพื้นที่กทม. แต่พรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่แน่ชัด

ยิ่งกว่านั้นการได้ตัว นายสกลธี ภัททิยกุล เข้ามายิ่งสะท้อนถึงเครือข่ายในทางการเมืองในทางการทหาร โยงสายยาวไปยังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ด้วย

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสกลธี ภัททิยกุล เป็นบุตรของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พล.อ.วินัย ภัททิยกุล มีบทบาทอย่างไรในทางการเมืองในทางการทหาร

พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นนายทหารที่เคยทำงานอย่างใกล้ชิดอยู่กับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

เคยดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และเคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นมันสมองให้กับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

เป็นรัฐประหารอันเท่ากับวางรากฐานแห่งอำนาจให้กับกลุ่ม ทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์” ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 รุ่นเดียวกันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การได้ นายสกลธี ภัททิยกุล มานั่งอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้ง พื้นที่กรุงเทพมหานครของพรรคพลังประชารัฐ จึงสะท้อนนัยยะพิเศษในทางการเมือง

ยืนยัน “เครือข่าย” อันแน่นหนา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหาร 2557 ยืนยันถึงการ “ไปต่อ” ในทางการเมือง

เป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ไปต่อ” มิใช่ “คนอื่น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน