ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปของพรรคฝ่ายค้าน เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหา ต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างคณะรัฐมนตรีกับสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับการตั้งกระทู้ถาม

เหล่านี้เป็นมาตรการถ่วงดุล ป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือเกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือใช้อำนาจนั้นในการแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือพวกพ้องคนใกล้ชิด

จากข้อตกลงร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร 3 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี พรรคฝ่ายค้าน และพรรครัฐบาล กำหนดให้มีการพิจารณาญัตติอภิปรายดังกล่าวในวันที่ 15 และ 16 กุมภาพันธ์นี้

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลพร้อมร่วมประชุมรับฟัง และชี้แจงทุกประเด็นการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการตรวจสอบรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย

พร้อมยืนยัน นายกรัฐมนตรีทำงานโดยยึดถือความโปร่งใส ซื่อตรง ตรวจสอบได้ ยึดถือตามหลักธรรมาภิบาล ยึดถือประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงเชื่อมั่นและพร้อมชี้แจง ต่อทุกประเด็นที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นซักถาม

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ครั้งนี้ เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายก่อนสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระวันที่ 23 มีนาคม

ทำให้เกิดข้อหวาดระแวงว่าผู้มีอำนาจจะยุบสภาหนีการอภิปรายเพื่อหลีกเลี่ยงความบอบช้ำก่อนเลือกตั้ง หรือไม่

คํายืนยันถึงความพร้อมของนายกรัฐมนตรี ในการชี้แจงตอบข้อซักถามการอภิปรายตามมาตรา 152 สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องน่าคลางแคลงใจ

เนื่องจากในการประชุมสภาเมื่อ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรี เรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงกรณีนักท่องเที่ยววีไอพีสาวชาวจีน แต่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามดังกล่าว รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทน ก็ไม่มาเช่นกัน ในเมื่อพร้อมชี้แจงญัตติตามมาตรา 152 แต่ทำไมไม่พร้อมตอบกระทู้ถามสด

เป็นเรื่องดีที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจลงสนามการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็ควรแสดงออกถึงการยอมรับมาตรการตรวจสอบถ่วงดุลตามระบบรัฐสภา เพื่อเป็นหลักประกัน หากได้กลับมามีอำนาจจะไม่หลบเลี่ยงกลไกตรวจสอบ เหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน