FootNote:ภารกิจ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปั้นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

การเปรียบเทียบระหว่างพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นสถานการณ์ที่ดำเนินมาตั้งแต่แรกซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 มกราคม

โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสในความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ขาดสาย จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเป็นความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่า ไม่เพียงแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมาดำเนินบทบาทเป็นดั่งกับ “โซ่ข้อกลาง” ในการประสานและยุติความขัดแย้งทางการเมือง

หากแต่ยังตอกย้ำอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า บทบาทนี้มีแต่เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เท่านั้น

ยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ จึงอยู่ที่การชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีความเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ บทบาทพรรคพลังประชารัฐดำรงอยู่เหนือกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ

ปฏิบัติการด้าน “การข่าว” ที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงต้องสร้างภาพแห่งความประนีประนอมที่เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เด่นชัด

ดับความฝันมิให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ”

ความจริงบทบาทในการ “ประสาน” เป็นบทบาทที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถนัดเป็นอย่างยิ่ง หากจำวลีและความเชื่อที่ว่ารัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดตั้งขึ้นใน “ค่ายทหาร”

ถามว่าเป็นบทบาทของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นบทบาทของ นายเนวิน ชิดชอบ จริงละหรือ

หากจริงทำไมต้องถือเอา “บ้านป่ารอยต่อ” เป็น “สะพานเชื่อม”

รูปธรรมแห่งการเป็นรัฐบาลใน “ค่ายทหาร” นั้น เห็นได้จากการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นี่คือบทบาทในลักษณะ “นำร่อง” กลายเป็นหลักประกันให้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กลายเป็นหลักประกันให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แท้จริงแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพียงหวนคืนสู่ที่เดิม

บทบาทเดิมอาจเป็นการประสานเพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผ่านการวิ่งเต้นของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายเนวิน ชิดชอบ

ต่อมาก็จัดการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็น

แต่ในปี 2566 เด่นชัดเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกการเคลื่อนไหวก็เพื่อให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นี่ย่อมท้าทายศักยภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน