FootNote พลังบั่นทอน รวมไทยสร้างชาติ จังหวะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา งัน
ยิ่งยืดเวลาแห่งการยุบสภาออกไปเนิ่นยาวมากเพียงใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรครวมไทยสร้างชาติ ยิ่งจะตกเป็นจำเลยทางการเมืองมากนั้น
จึงเท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า ที่คิดจะ “ชิง” ความได้เปรียบ กลับจะพลิกกลับและกลายเป็นความเสียเปรียบ ถามว่าการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ออกมาระลอกแล้วระลอกใน ที่ประชุมครม.เท่ากับเป็นการหาเสียงสร้างคะแนนและความนิยมล่วงหน้าหรือไม่
คำตอบอยู่ที่ว่าเป็น “โครงการ” อะไรเป็นผลดีต่อประเทศชาติ และประชาชนหรือไม่ คำตอบอยู่ที่ว่าภายในกระบวนการ “อนุมัติ” และเห็นชอบนั้นดำเนินไปอย่างไร
คิดหรือว่าแต่ละก้าวย่างเหล่านั้นจะเป็นไปอย่างปลอดโปร่ง และลอยตัว ไม่เพียงแต่จะอยู่ในความสนใจของสังคมโดยรวมเท่า นั้น หากที่สำคัญที่คิดว่าเป็น “มิตร” รอบข้างก็อาจจะมิใช่
ทุกโครงการล้วนอยู่ในสายตาของพรรคพลังประชารัฐ ในสายตาของพรรคภูมิใจไทย ในสายตาของพรรคประชาธิปัตย์ ใน สายตาของพรรคชาติไทยพัฒนา คิดหรือว่าพรรคการเมืองเหล่านี้จะยัง “ภักดี” ไม่แปรเปลี่ยน
ขณะเดียวกัน ภายในการยื้อซื้อเวลาให้ทอดยาวยังสะท้อนให้เห็น ถึงความไม่พร้อมอันมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งในด้านการ จัดระบบและการดูดดึงบุคลากรเข้ามา
ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาจากพรรคพลังประชารัฐก็ไม่คึกคักหนักแน่น
พลันที่ประสบกับแรงต้านจากภายในของพรรคพลังประชารัฐ พลันที่เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากภายในของพรรคประ ชาธิปัตย์ก็เริ่มรับรู้ในแรงเสียดทานอันหนักหน่วงรุนแรง
ข่าวที่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่สามารถจัดตั้งตัวแทน ระดับจังหวัด ตลอดจนสาขาพรรคได้ตามที่พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดจึงกระหึ่มขึ้น
เป็นความฉาวโฉ่และกระจายไปไปแม้กระทั่งคนจากมหานครดูไบก็รับรู้และส่งเสียงหัวร่อ เยาะเย้ย หยามหยัน
ความหงุดหงิดเมื่อได้ยินชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร จึงสามารถเข้าใจได้ ยิ่งเมื่อมีการสั่งการมิให้ชื่อนี้ปรากฏให้ได้ยินอีก ยิ่งจะกลายเป็นเสียงหัวร่อ เยาะเย้ย หยามหยันตามมา
ตราบที่พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหว ชื่อของ “ทักษิณ” ก็ยังอยู่ เรื่องราวแต่ละเรื่องราวในทำเนียบรัฐบาล ในพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงแทบมิได้เป็น “ความลับ” หากแต่ถูกเปิดเผยออกมากรณีแล้วกรณีเล่า
กลายเป็นเครื่องฉุดรั้งและทำให้การเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติต้องสะดุดและไม่เป็นไปตามแผน ยิ่งยื้อเวลาแห่งการยุบสภาเพียงใด ยิ่งต้องหงุดหงิดเพียงนั้น