FootNote:บทบาท “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ฉีกกระชากหน้ากากตำรวจ

การที่นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ “รีดเงิน” ดาราสาวชาวไต้หวัน ตัดสินใจเดินทางมาเป็น “พยาน” ตามคำเชิญของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

สำคัญทั้งต่อกระบวนการจัดการกับคดีที่ฉาวโฉ่ในห้วงแห่งตรุษจีน และอนาคตของกลไก “ตำรวจ”

ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่สภาพที่ดำรงอยู่ภายในโครงสร้างและกลไกแห่ง “ตำรวจ” เป็นอย่างไร หากแต่ยังอยู่ที่บทบาทและการเคลื่อนไหวอย่างมี “กัมมันตะ” ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

นับแต่ได้นำเอากรณี “ธุรกิจสีเทา” ของเหล่ามาเฟียจีน จากแผ่นดินใหญ่เข้ามาเปิดโปงเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ภาพการรุก คืบของ “ธุรกิจสีเทา” ก็แจ่มชัด

เป็นความแจ่มชัดที่ทำให้การรุกคืบนั้น ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับความรับรู้ของกรณีเดียวกันในประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น หากแต่ยังยืนยันถึงสภาพอันอ่อนเปราะภายในกระบวนการยุติธรรมไทย

เหล่ามาเฟียจากจีนแผ่นดินไทยจะไม่สามารถแสดงบทบาทและมีที่ยืนได้อย่างเด็ดขาด หากไม่ทะลวงเข้าไปภายในความอ่อนเปราะภายในระบบราชการของไทย

ที่สำคัญคือบทบาทและฐานะของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ความจริงบทบาทของนักเปิดโปงอย่างที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กระทำได้ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดตั้งแต่อดีตกระทั่งในปัจจุบัน ก็มีอย่างไม่ขาดสาย

อย่างเช่นบทบาทของขบวนการ “ชนวน” ที่มี พ.ต.ต.อนันต์ เสนาขันธ์ และเพื่อนนายตำรวจ เป็นต้น

กระนั้น บทบาทของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ปรากฏขึ้นอย่างเป็นเอกเทศอย่างเป็นปัจเจกแทบมิได้เป็น “ขบวนการ” หากแต่ได้ก่อพลานุภาพขึ้นอย่างรวดเร็ว

นั่นเป็นเพราะปัจจัย 1 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถือได้ว่าเป็นคนที่อยู่ในแวดวงของ “ธุรกิจสีเทา” และ 1 มีรากฐานทางการเมือง และความสัมพันธ์ค่อนข้างโลดโผน

ที่สำคัญอย่างยิ่ง 1 เพราะว่าความเสื่อมโทรมภายในกระบวนการยุติธรรมได้มาถึงจุดที่ทรุดต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน

กรณีของ “ธุรกิจสีเทา” สัมพันธ์กับกรณีที่ตำรวจ “รีดเงิน” จากประ ชาชน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว อย่างมิอาจแยกขาดจากกันได้

เพียงแต่ว่า “สังคม” จะตระหนักและให้ความสนใจเพียงใด

เพียงแต่ว่าบทบาทอย่างที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ดำเนินการ ได้กระตุกต่อมแห่งความสำนึกในทาง “สังคม” ได้ลึกซึ้งเพียงใดและจะแปรเป็นการเคลื่อนไหวหรือไม่

นี่คือ “สภาพ” อันทรงความหมายยิ่งก่อน “การเลือกตั้ง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน