FootNote:เลื่อน ปราศรัยใหญ่ โคราช เอกภาพ รวมไทยสร้างชาติ
การเลื่อนกำหนดการปราศรัยใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จังหวัดนครราชสีมา จากวันที่ 18 กุมภาพันธ์ กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่เพียงเพราะนั่นคือจังหวะก้าวของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากแต่ยังคือจังหวะก้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หากถือว่าการเริ่มต้นที่จังหวัดชุมพรมีความสำคัญและทรงความหมาย การปักหมุดทางการเมืองที่จังหวัดนครราชสีมา ยิ่งทรงความหมายและสำคัญ
เพราะประการหนึ่งจังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประการหนึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นฐานใหญ่การเมืองรองจากกรุงเทพมหานคร
เหนือกว่าขอนแก่น เหนือกว่าอุบลราชธานี เหนือกว่าอุดรธานี เหนือกว่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับชุมพร เนื่องจากมีส.ส.รวมแล้วเท่ากับ 16 คน
การที่มีประกาศออกมาอย่างอึกทึกครึกโครมว่า จะเป็นเวทีที่สองสำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ และสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วต้องเลื่อนออกไปอย่างฉุกละหุกจึงเป็นคำถาม
หรือนี่คือรูปธรรมแห่งความไม่พร้อมของ “รวมไทยสร้างชาติ”
สังคมเห็นความคึกคักเป็นอย่างสูงของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเสรีรวมไทย
เห็นความมั่นใจของพรรคภูมิใจไทย เห็นความมั่นใจของพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่สัมผัสได้ในความขลุกขลักพรรครวมไทยสร้างชาติ
ยิ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปรับตัวได้อย่างนุ่มเนียน ไม่ว่าจะเป็นการเดินตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเดินสวน ไม่ว่าจะเป็นการไปวัดและไหว้พระ
ยิ่งก่อให้เกิดคำถามต่อความแข็งทื่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งก่อให้เกิดการเปรียบเทียบกับการดำรงภาพลักษณ์ ในแบบ “คุณพ่อรู้ดี” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความไม่เป็นเอกภาพ “ภายใน” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ
เริ่มจากคำถามการสมานระหว่างคนจากพรรคประชาธิปัตย์ อันนำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับคนจากพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่แน่ว่าใครจะเป็นคนนำ
ระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น กับ นายอนุชา นาคาศัย
รวมถึงในความเป็นจริงการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นไปอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการหรือไม่
รูปธรรมอันเป็นภาพสะท้อนก็คือ จังหวะก้าวที่นครราชสีมา