FootNote:ความเป็นจริง จาก “ธุรกิจสีเทา” ผลสะเทือน การเมือง การเลือกตั้ง
พลันที่การขยายผลในเรื่อง “ธุรกิจสีเทา” ดังกึกก้องในห้วงแห่งญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก็จะสัมผัสได้ใน “เดด ล็อก” ใหญ่ในทางการเมือง
ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองผ่านบทบาทของพรรคก้าวไกล
เหมือนกับว่าเป้าหมายใหญ่ เป้าหมายหลักจะอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ปฏิเสธยากเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะรอดปลอดพ้น
ในที่สุดแล้ว แม้กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งดำรงอยู่ในลักษณะ “โลว์ โปรไฟล์” เป็นอย่างมาก ยังไม่อาจหลบรอดไปจากวงจรแห่งการอภิปรายได้
ยิ่งกว่านั้น เมื่อ “ธุรกิจสีเทา” ที่สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายที่มาจากจีน และที่ดำรงอยู่ในเมียนมา ในกัมพูชา และในลาว ก็โยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและซับซ้อน
ไม่ว่าจะเรียกว่าไทยเทา ไม่ว่าจะเรียกว่าไทยดำ แต่ลักษณะเด่นเป็นอย่างมากก็คือ ความสามารถในการรุกเข้าไปมีส่วนอยู่ในแต่ละพรรคการเมืองทางด้านของรัฐบาล
พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ ชัดเจน
การเปิดโปงของ น.ส.จิราพร สินธุไพร ทำให้ภาพที่ “ตู้ห่าว” โยงสาย ยาวไปยังองคาพยพแห่งตระกูล “จันทร์โอชา” การเปิดโปงของ นายรังสิมันต์ โรม ทำให้เห็นเงินที่เทให้กับบางพรรคการเมือง
เด่นชัดยิ่งว่าเข้าไปยังพรรคพลังประชารัฐได้อย่างไร เด่นชัดยิ่งว่าเข้าไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติได้อย่างไร
ที่น่าตระหนกอย่างสูงก็คือ ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคให้กับพรรค ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกอย่างลับเร้น
ยิ่งประชาชนเห็นถึงความยอกย้อนในสายสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจสีเทา กับพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคพลังประชารัฐ หรือแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์
ยิ่งทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพิ่มจุดแห่งความสลับซับซ้อนและส่งผลต่อการตัดสินใจหลังเลือกตั้ง
กล่าวสำหรับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ความเป็นไปได้ที่จะร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เด่นชัดอย่างยิ่งว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐพยายามในการสร้าง “โอกาส” ให้กับตนเอง
ภายใต้แนวทาง “ก้าวข้าม” ความขัดแย้ง ปรองดองสมานฉันท์
เชื่อได้เลยว่าผลจาก “ธุรกิจสีเทา” จะกำหนดแนวโน้มการเลือกตั้ง กำหนดทางเลือกให้กับแต่ละพรรคการเมือง
และจะ “เส้นแบ่ง” ให้กับแต่ละพรรคการเมืองได้เด่นชัดขึ้น