FootNote:กระบวนการ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ตัวตนใหม่ให้ ประวิตร วงษ์สุวรรณ

นับแต่ตัดสินใจสวมใส่แจ็คเก็ต ฟิลด์ ไปไหว้พระในเทศกาลตรุษจีนที่ย่านเยาวราช กระทั่งควงแขนหลานสาวออกท่องอาหารเบาๆ รองท้องในย่านเสาชิงช้า

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการ “สังเคราะห์” และ “ประเมิน” การเคลื่อนไหวในลักษณะ “ลำลอง” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ต้องยอมรับว่า ความรู้สึก “ร่วม” อย่างสำคัญเมื่อเห็นภาพ และการเลือกสถานที่ไปของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำเนินไปสอดรับกับความคุ้นชินอย่างเป็นพิเศษ

ไม่ว่าจะเป็นการไปยังสวนลุมพินี ไม่ว่าจะเป็นการไปยังตลาดอ.ต.ก. และล่าสุดคือการนัดหมายหลานสาวไปหาของโปรดกินในย่านเสาชิงช้า

ทั้งหมดนี้ไม่สร้างความรู้สึกให้เห็นว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรี ว่าเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือแม้กระทั่งเคยเป็นแม่ทัพ เป็นผู้บัญชาการทหารบก

ตรงกันข้าม กลับฉายภาพของ “ลุง”คนหนึ่ง ซึ่งในยามว่างก็ดำรงอยู่เหมือนกับเป็น “สมาชิก” คนหนึ่งที่เที่ยวไปในแต่ละย่าน เหมือนกับเป็นบ้านของตนเอง

หากเป็นการสร้างภาพก็เท่ากับสร้างภาพของ “คนธรรมดา”

ที่มีบางสำนักข่าวนินทาว่า คนที่มีส่วนร่วมในการกำหนดและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยทำงานลักษณะนี้มาแล้วกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ตรงนี้น่าจะเป็น “ข้อมูล” ที่ปีกทางด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

สภาพการณ์เช่นนี้น่าจะเป็นการตระเตรียม และวางแผนดำเนินการตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งมาพร้อมกับความเชื่อมั่นที่ว่า “ใจบันดาลแรง”

นั่นก็คือ ภาพแห่งความคึกคัก ภาพแห่งความกระปรี้กระเปร่า ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เริ่มปรากฏเมื่อ เทียบกับภาพลักษณ์เก่าที่ติดอยู่กับคำว่า “ไม่รู้ ไม่รู้”

ที่สำคัญก็คือ ไม่เพียงเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ใหม่ หากยังเป็นอีกลักษณ์อันต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากมองแต่ละจังหวะก้าวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นับแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นมา ล้วนยืนยันว่าการแยกกันเดินกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้เป็นเรื่องเล่นๆ

โดยเฉพาะคำประกาศเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

โดยเฉพาะการเสนอภาพลักษณ์แห่งความนุ่มนวล เป็นกันเอง และสามารถเข้าถึงได้ง่าย อันมาพร้อมกับแนวทางก้าวข้าม ความขัดแย้งไปสู่การปรองดองสมานฉันท์

นี่คือการสะสมแต้ม สร้างคะแนนและความนิยมเพื่อเข้าแทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน