FootNote:องค์กร ตรวจสอบ การเลือกตั้ง ขบวนการ จากภาค ประชาชน
ไม่เพียงแต่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เท่านั้นที่ประกาศความพร้อมในการเป็นหน่วยเฝ้ามอง และติดตามกระบวนการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม
หากองค์กร ไอ-ลอว์ ก็ระดมอาสาสมัครตั้งเป้าไว้จำนวนแตะ 1 แสนคนขึ้น ทำงานในเรื่อง “สังเกตการณ์” โดยเฉพาะ
แม้กระทั่ง ณวัฒน์ มิสแกรนด์ ก็จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
จากคำประกาศของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เมื่อประสานกับ เป้าหมายของ ณวัฒน์ มิสแกรนด์ วางน้ำหนักไปยังพรรคการเมืองและผู้สมัครอย่างเป็นด้านหลัก
ความร้อนแรงเป็นอย่างยิ่งก็คือ การจดจารบันทึกรายละเอียดจากเวทีแห่งการดีเบต ใครพูดเอาไว้อย่างไร เสนอแนวทางและนโยบายแบบใด จะต้องยกขึ้นตะแกรงร่อน
เนื่องจากสังคมผ่านประสบการณ์อันเจ็บปวดมาแล้ว จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 พรรคการเมืองบางพรรคพูดเอาไว้อย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่างหนึ่ง
อย่างประเด็นในเรื่องการไม่ร่วมมือกับการสืบทอดอำนาจ แต่กลับไปขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างพร้อมเพรียงกัน
ขณะที่ข้อเรียกร้องเรื่องเลือกตั้งเป็นธรรมก็ขึ้นสู่กระแสสูง
ตัวอย่างหนึ่งที่สัมผัสได้จากท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าในเรื่องของการรายงานผล ไม่ว่าในเรื่องการแก้ไขคำสั่งย่นเวลาการยุบพรรคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สังคมมองและประเมินว่า เป็นการตระเตรียมเพื่อการใดการหนึ่งในทางการเมือง
เท่ากับรับใบสั่งมาจากผู้ครองอำนาจที่ปรารถนาจะ “ไปต่อ”
เพราะยิ่งทำให้กระบวนการนับคะแนนมีความซับซ้อนมากเพียงใด ยิ่งทำให้เกิดช่องทางในการโกง การแปรเปลี่ยนคะแนนเสียงไปตามเป้าหมายที่ต้องการ
เพราะยิ่งย่นเวลาในการยุบพรรคให้รวดเร็วมากเท่าใด ยิ่งทำให้การขจัดปรปักษ์ในทางการเมืองที่อยู่ในความสนใจของสังคม ให้มีพื้นที่การเคลื่อนไหวน้อยหรือกระทั่งไม่มีเลย
ทั้งหมดล้วนรองรับกับแผนการในการ “ไปต่อ” ทางการเมือง
เวลา 8 ปีภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เวลา 4 ปีภายหลังการเลือกตั้ง เมื่อเดือนมีนาคม 2562 สังคมไทยรับรู้ในการละเมิดในทางกฎหมายอย่างเด่นชัดหลายต่อหลายเรื่อง
อาศัย “ข้อยกเว้น” และสร้าง “อภินิหาร” ในทางกฎหมายขึ้น
เท่ากับสร้างความได้เปรียบเพิ่มขึ้นตลอดสองรายทาง แม้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แม้จะสร้างจุดได้เปรียบจาก 250 ส.ว. อันดำเนินไปในลักษณะพรรค คสช.อย่างเด่นชัด
เด่นชัดในความรับรู้ขององค์กรทางสังคมและพรรคการเมือง