FootNote รวมไทยสร้างชาติ คนเสื้อแดง กับ โอกาสริบหรี่ ในภาคอีสาน
คำสบประมาทจาก นายก่อแก้ว พิกุลทอง ที่ว่าคนของพรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ได้รับเลือกตั้งได้เป็นส.ส.เลยแม้แต่คนเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เหมือนกับจะวางน้ำหนักไว้ที่ปัญญาและความสามารถของนายวิทยา แก้วภราดัย ผู้รับผิดชอบอย่างเป็นด้านหลัก เหมือนกับจะมองข้ามบทบาทนายเสกสกล อัตถาวงศ์
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงมาจากมูลฐานอย่างสำคัญ 2 ประการ ประสานเข้าด้วยกัน 1 จากความจัดเจนในแบบของคนเสื้อแดง 1 จากความเชื่อมั่นต่อรากแห่งพรรคเพื่อไทย
และในที่สุดแล้วการเอ่ยถึงบทบาทและความหมายของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ บทบาทและความหมายของนายวิทยา แก้วภราดัย เสมอเป็นเพียงทางผ่าน
ผ่านไปขยี้พรรครวมไทยสร้างชาติผ่านไปขยี้บารมีอันอาจะแผ่มาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บนสถานะแห่งความเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเทียบบารมีของนายทักษิณชินวัตรยากยิ่งจะมองข้ามผลงานพรรคไทยรักไทยพรรคพลังประชาชน ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยบดขยี้พรรครวมไทยสร้างชาติละเอียด
ต้องยอมรับว่าความเชื่อมั่นของคนเสื้อแดงยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร ยังคงอยู่กับ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง
ไม่ว่าเครือข่ายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตั้งความหวังไว้ กับพรรครวมไทยสร้างชาติไว้เพียงใด
เมื่อมองผ่านความจัดเจนของนายวิทยาแก้ว ภราดัย ซึ่งเติบใหญ่อยู่ในพื้นที่ของภาคใต้จึงแทบไม่มีความหมายเมื่อมองผ่านบทบาทของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ยิ่งหดหู่และเศร้าหมอง
การฝากความหวังไว้กับนายอานนท์ แสนน่าน ก็ไม่แตกต่างไปจากการฝากความหวังไว้กับนายเสกสกล อัตถาวงศ์รวมถึง นายวิทยา แก้วภราดัย ยิ่งกระหึ่มแห่งบทเพลง”กตัญญูทักษิณ”ดังก้องกังวานเพียง ใด ยิ่งทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติถูกตีกรอบจำกัดพื้นที่เพียงนั้น
การมอง ประเมินและสรุปจาก นายก่อแก้ว พิกุลทอง เหมือนกับจะเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ก็มาจากความจัดเจน 1 เป็นความจัด เจนของคนเสื้อแดง 1 เป็นความจัดเจนของคนใต้ จึงดำเนินไปในลักษณะอันเป็น”ตัวแทน”ในทางการเมือง
ไม่ว่าจะมองทะลุไปยังคนเสื้อแดงไม่ว่าจะมองทะลุไปยังคนเสื้อแดงย่อมมองเห็นฐานคิดในแบบนายณัฐวุฒิไสยเกื้อ
จึงท้าทายต่อสถานะของพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างสูง