FootNote:สัญญาณ เตือน รวมไทยสร้างชาติ สัญญาณ จากเวทีใหญ่ “โคราช”
การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นครราชสีมาได้ให้คำตอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างชัดเจน
เป็นความชัดเจนใน “จุดอ่อน” ซึ่งดำรงอยู่ “ภายใน” องค์ประกอบของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ไม่ว่าจะมาจาก นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไม่ว่าจะมาจากรากฐานของพรรครวมไทยสร้างชาติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีความแข็งแกร่งเป็นจริงมากเพียงใด
กรณีของ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จากที่สำแดงเมื่อจัดการชุมนุมใหญ่ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และล่าสุดบนเวทีปราศรัยที่นครราชสีมายืนยันถึงความไม่สมมาตรในทางการเมือง
ที่เคยเห็นว่าเป็น “จุดแข็ง” ซึ่งสะท้อนออกจนกลายเป็นเอกลักษณ์เมื่อเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่เหมาะสมเมื่อมาสวมเสื้อพรรครวมไทยสร้างชาติ
แทนที่ปลายทวนจะทิ่มและแทงเข้าสู่ปรปักษ์ในทางการเมือง
กลับหวนกลับมาขยายจุดอ่อนและความบกพร่องอันดำรงอยู่ใน พรรครวมไทยสร้างชาติให้เติบใหญ่บานปลาย
ยิ่งกว่าความพร้อมที่จะเปิดประตูสู่ “ภาคอีสาน” ก็เป็นปัญหา
ปัญหาในที่นี้ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติเองก็ตระหนักและมีบทสรุปตั้งแต่ต้น นั่นก็คือการมอบหมายให้ นายวิทยา แก้วภราดัย เข้ามารับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน เมื่อฝากความหวังไว้กับ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ กลับกลายเป็นผลร้ายตามมา
ปัญหาของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ มิได้อยู่ที่การแปรพักตร์จากรากฐานเดิมทางการเมืองอย่างชนิด 360 องศาประการเดียว
หากที่สำคัญก็คือความไม่น่าเชื่อถือในทางการเมือง
เป็นความไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากการแปรพักตร์ เป็นความไม่น่าเชื่อถือจากที่พูดกลับไปกลับมาและสัมพันธ์อยู่กับคำสัตย์สาบานในทางการเมือง
ที่ประกาศว่าจะระดมคน “เรือนแสน” มาห้อมล้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับไม่สามารถทำได้อย่างเป็นจริง
สัญญาณจาก “ทหารม้า” ในพื้นที่การปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ จึงบ่งชี้ถึงแนวโน้มคะแนนเสียงและความนิยมในทางการเมือง
โอกาสของพรรครวมไทยสร้างชาติใน “ภาคอีสาน” ริบหรี่ยิ่ง
เป็นความริบหรี่ในความพร้อมของพรรคเพื่อไทย เป็นความริบหรี่ในความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย และกลายเป็นโจทย์การเมืองใหญ่ให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ
เพราะหากไม่อาจปักธงใน “ภาคอีสาน”ได้ก็หนักหนาสาหัส